พวกเขาทั้งสองต่อสู้กันอย่างน่าหวาดเสียวมาหลายยกจนนับไม่ถ้วน ทุกคนต่างรู้สึกแปลกใจ “ผ่านมานานแค่ไหนแล้ว พลังวิญญาณของพวกเขายังไม่หมดอีกรึ ?”
“โอ้! ความอดทนนี้ถือว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าราชาแห่งภูตเสียอีก”
— ปัง! ปัง! ปัง! —
ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครทําอะไรใครได้ เช่นนั้นถ้าหากว่าผู้ใดใช้พลังวิญญาณหมดก่อน ผู้นั้นก็จะพ่ายแพ้!
นักผจญภัยที่อยู่รอบ ๆ กล่าวว่า “ทั้งสองคนเป็นพวกวิปริตที่สามารถสิ้นเปลืองพลังได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถึงอย่างไรเจ้าเด็กหนุ่มชุดเทาผู้นั้นก็ระดับสูงกว่าเจ้าหนุ่มนัยน์ตาเขียวถึงสามระดับ พลังวิญญาณของเขาจะต้องหมดช้าอย่างแน่นอน และหากเจ้าเด็กหนุ่มนัยน์ตาเขียวผู้นั้นใช้พลังหมดก่อน เกรงว่าคงต้องพ่ายแพ้ไป”
พวกเขาเดาได้ไม่เลว มู่เฉียนซีใช้พลังหมดก่อนจริง ๆ เพียงแต่หลังจากใช้พลังหมดแล้ว นางก็ยังสามารถกินยาฟื้นฟูพลังได้
มู่เฉียนซีหยิบขวดยาฟื้นฟูพลังวิญญาณออกมาและกลืนมันลงคอไป เหล่านักผจญภัยเห็นการกระทำนั้น ถึงกับต้องเพ่งตาจ้องมอง
“ยะ… ยานั่น กินกันเช่นนี้เลยรึ ? พวกเราดูผิดแล้วกระมัง!”
“กะ… กรอกลงคอ ยาเม็ดนั่นถูกกินไปเช่นนั้นจริง ๆ เมื่อก่อนพวกเราคงใช้ผิดวิธีแล้ว”
“ถ้าหากนี่เป็นวิธีที่ถูกต้อง แล้วยังจะมีผู้ใดกินได้อีกหรือไม่ ?”
เมื่อเห็นมู่เฉียนซีกินยาเม็ดเสมือนเป็นลูกอมราคาไม่แพง ผู้นำกลุ่มนักผจญภัยหลางเทียนรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เขากล่าวว่า “บัดซบ! ลืมเตรียมยาให้เจ้าบ้านั่นเสียแล้ว