้งานล่าสัตว์จะเริ่มขึ้น ข้าจะตั้งตารอการแสดงที่กล้าหาญของพวกเจ้า”
พวกเขาพากันตอบว่า “แน่นอนอยู่แล้วท่านเจ้าเมือง ไว้ใจพวกข้าได้เลย”
“ท่านเจ้าเมืองวางใจเถอะ พวกข้าจะไม่ปล่อยสัตว์วิญญาณให้เหลือรอดไปสักตัว ไม่มีทางปล่อยให้พวกมันบุกเข้าไปทำลายในเมืองฉู่เรา”
“พวกเราจะต้องปกป้องเมืองฉู่ไว้ได้อย่างแน่นอน”
หลังจากงานเลี้ยงจบลง นักผจญภัยทุกคนก็รีบไปที่ฐานของพวกเขา และเมื่อออกจากจวนท่านเจ้าเมือง มู่เฉียนซีเห็นใครบางคนรอนางอยู่ข้างนอก นางเลิกคิ้วก่อนจะกล่าวขึ้น “เกิดอะไรขึ้น ? คนของพวกเจ้าหลางเทียนแพ้ข้าในวันนี้แล้วยังอยากจะมาสู้กับข้าอีกรึ ? หรือว่าพวกเจ้าจะไปด้วยกัน ?”
หลางเทียนกล่าวเสียงเย็นชา “เจ้าหนู เจ้าอย่าได้ใจเร็วเกินไปนักเลย แม้พวกข้าจะลงมือกับเจ้าไม่ได้ แต่เจ้าก็อย่าได้หยิ่งผยองจนเกินไปนัก ระวังพรุ่งนี้เจ้าจะตายในสนามรบและถูกสัตว์วิญญาณกลืนกินลงท้อง ถึงตอนนั้นครอบครัวของเจ้าคิดจะเก็บศพให้เจ้าก็คงทําไม่ได้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”
มู่เฉียนซี “ดูเหมือนว่าฝีมือการต่อสู้ของกลุ่มหลางเทียนของพวกเจ้าคงจะมีไม่เท่าความสามารถในการกล่าวถากถางผู้อื่น พวกเจ้าคงมีดีเพียงการพูดพล่ามเท่านั้น มาดูกันว่าพรุ่งนี้ใครจะน่าสังเวชกว่าใคร”
มู่เฉียนซีกลับไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อพักผ่อน
……
อรุณรุ่ง
เมื่อเสียงคํารามแรกของสัตว์วิญญาณดังออกมา แตรบนกําแพงเมืองก็ดังก้องกังวาน
นักผจญภัยทุกคนรู้ว่านี่เป็นสัญญาณของอะไร พวกเขาเร่ง