ตี๊ยมหน่อยเถอะ”
เถ้าแก่ “ได้ มีข้าอยู่ทั้งคน พวกกลุ่มหลางเทียนนั่นไม่กล้ารังแกเจ้าอย่างแน่นอน หากพวกนั้นกล้ารังแกเจ้า เจ้ารีบมาบอกข้า”
มู่เฉียนซีช่วยฮูหยินของเขาเอาไว้ สำหรับเขาแล้ว เด็กหนุ่มผู้นี้นับว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อเขาอย่างมิอาจเปรียบได้ เป็นเรื่องธรรมดาที่เถ้าแก่อย่างเขาจะปกป้องมู่เฉียนซี
ไม่นานนักเถ้าแก่ก็ได้พามู่เฉียนซีกลับไปที่โรงเตี๊ยม
ฮุยหลางเบิกตากว้างมองมู่เฉียนซีด้วยความตกใจ “เจ้าเด็กอัปลักษณ์ เจ้ายังมีชีวิตอยู่อีกรึ ?”
มู่เฉียนซีกล่าวหยอกเย้า “ไม่เพียงแต่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้ายังทำให้เจ้าประหลาดใจด้วย”
เถ้าแก่ “ข้าขอประกาศว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นของมู่ซีแล้ว ต่อไปทุกคนในโรงเตี๊ยมจะต้องฟังคำสั่งของเขา”
ฮุยหลางแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “เถ้าแก่ ท่านอย่าบอกนะว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้เป็นนักปรุงยาระดับสูง สามารถหลอมยาหลิงเชิงระดับเจ็ดออกมาได้”
เถ้าแก่ “แน่นอนว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่สามารถหลอมยาหลิงเชิงระดับเจ็ดออกมาได้ แต่ข้าจะยกโรงเตี๊ยมแห่งนี้ให้เขา ผู้นำกลุ่มของเจ้ายังไม่เดือดร้อนอันใด แล้วเจ้ามาเดือดร้อนอะไรด้วยรึ ?”
วิธีการปรุงยาของเด็กหนุ่มมู่ซีผู้นี้แปลกประหลาดมากเกินไป ดังนั้นจะให้ผู้อื่นรู้เรื่องนี้มากไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีอย่างกลุ่มหลางเทียน
ฮุยหลางแค่นเสียงโหดเหี้ยม “เจ้าหนุ่ม เจ้าใช้อุบายใดให้เถ้าแก่ขายโรงเตี๊ยมให้กันแน่ ?”
มู่เฉียนซี “จะใช้อุบา