อยู่ทางตะวันตกของเซี่ยโจว แต่เป็นตอนกลางหรือไม่ก็ทางตะวันออก”
มู่เฉียนซี “ดูเหมือนว่าข้าต้องเตรียมตัวออกจากทางตะวันตกของเซี่ยโจวแล้ว”
แท้ที่จริงแล้วในสายตาของผู้อื่นนั้น การที่ได้รู้ตำแหน่งของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ว่าอยู่ที่ใด นั่นนับว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งอย่างมากแล้ว แต่หากรู้ว่าสถานที่เล็ก ๆ นั้นอยู่ที่ใด ก็ยิ่งน่าทึ่งเข้าไปใหญ่
ทว่าสำหรับมู่เฉียนซี เซี่ยโจวเป็นพื้นที่อันกว้างใหญ่มากกว่าที่จะหาอะไร ๆ เจอได้โดยง่าย
“หม้อเทพปาฮวางชิงมู่มีแผนที่ขนาดใหญ่ แต่ม้วนไม้ไผ่โบราณของสามตระกูลมีแผนที่ขนาดเล็ก” จิ่วเยี่ยวกล่าวเตือนนาง
มู่เฉียนซีหันมองจิ่วเยี่ย นางเลิกคิ้วงาม ๆ ของนางด้วยความประหลาดใจ “จิ่วเยี่ย เจ้าก็รู้มากเหมือนกันนี่”
“อืม”
เวลานี้มู่เฉียนซีมีม้วนไม้ไผ่โบราณอยู่สองม้วน นางพยายามเอามาปะติดปะต่อกันอยู่หลายครั้งทว่าก็มองไม่ออกว่าอยู่บริเวณใดในทางตอนกลางและตะวันออกของเซี่ยโจว
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญา “ดูเหมือนว่าต้องนำเอาม้วนไม้ไผ่ม้วนสุดท้ายมาให้ได้ เพียงแต่ตอนนี้ข้าไม่อาจบุ่มบ่ามเข้าไปในหุบเขาหมอเทวดาเพื่อแย่งมันมาได้”
ขณะที่มู่เฉียนซีบ่นพึมพำอยู่นั้น พลันรู้สึกได้ว่าบุรุษตรงหน้ากำลังจะจากไปโดยไม่กล่าวคำใดสักคำ
มู่เฉียนซีรีบคว้าแขนห้ามเขาไว้ “หุบเขาหมอเทวดาไม่ได้อยู่ในเซี่ยโจว เจ้าต้องการหาใครบางคนที่เซี่ยโจวมิใช่รึ ? เหตุใดตอนนี้ยังไม่ไปอีก ? หุบเขาหมอเทวดาเป็นสำน