ักนิกายระดับสอง มีจักรพรรดิวิญญาณอยู่ หากเจ้ามั่นใจว่าพลังของเจ้าในตอนนี้ไม่สามารถระงับคำสาปเอาไว้ได้ก็จงอย่าเพิ่งบุ่มบ่ามไปก่อนเลย”
จิ่วเยี่ย “เจ้ามีศาลาเลือนรางเก้าชั้น เจ้าต้องหาเจอแน่ …สำนักนิกายระดับสองไม่ได้อยู่ในสายตาข้า”
มู่เฉียนซี “มันจะเกิดอะไรขึ้น ? เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ ? ข้าเป็นหมอของเจ้า หากคำสาปของเจ้ากำเริบขึ้นอีกครั้ง ระวังข้าจะเอาเข็มยาแทงเจ้าตาย”
“เรื่องเล็ก”
“เรื่องเล็กเช่นนั้นรึ ? นั่นมันเรื่องใหญ่แล้ว ถึงอย่างไรก็ไปไม่ได้!”
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกนั้นส่องประกายอันตรายมองไปที่มู่เฉียนซี เขากล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึมเสียเต็มประดา “ซี… เจ้ากำลังสั่งข้า”
มู่เฉียนซี “อันที่จริงแล้วพวกมันรู้ว่าหม้อเทพนิรันดร์อยู่ที่เซี่ยโจว เราไม่ต้องไปแย่งมันถึงที่ประเดี๋ยวมันก็มาเอง ดังนั้น…”
“ซี… เพียงเจ้าขอให้ข้าทำเรื่องบางอย่างข้าจะทำอย่างสุดกำลัง ข้าไม่รังเกียจที่จะทำ”
ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของจิ่วเยี่ยจะเย็นชา ทว่าภายในดวงตาสีฟ้านั้นแฝงไปด้วยความเอาอกเอาใจ
“หืม ?” มู่เฉียนซีผงะไปครู่หนึ่ง
บุรุษแข็งแกร่งและโหดเหี้ยมอย่างเขาที่สามารถทำให้ผู้คนยอมจำนนต่อเขาได้โดยง่าย อีกทั้งเขายังเป็นคนที่เกลียดการยุ่งเรื่องของผู้อื่นมากเช่นนี้ จะยอมช่วยคนอื่นหรือยอมทำตามคำสั่งคนอื่นอย่างนั้นหรือ ?
นิ้วอันเรียวยาวของจิ่วเยี่ยลูบบนใบหน้าอันบอบบางนั้นของนาง พลางกล่าวด้วยเสียงต่ำว่า “ซีไม่เหมือนสตรีอื่น”
เ