ทุกอย่างในบริเวณรอบ ๆ ดูเหมือนจะเงียบสงบไปอย่างประหลาด แต่อย่างไรก็ตาม กลิ่นอายเช่นนี้ทำให้กลุ่มของสำนักอวิ๋นเยียนร่างสั่นเทิ้มโดยไม่รู้ตัว
ความแข็งแกร่งที่น่ากลัวเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เซี่ยโจวควรมีอย่างแน่นอน
— ตุบ! —
พวกเขาต่างก็คุกเข่าลงทีละคนโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่ากำลังรอยมทูตพิพากษาความตายก็มิปาน
มู่เฉียนซีจับแขนของจิ่วเยี่ยเอาไว้ กล่าวด้วยเสียงต่ำว่า “คนของสำนักอวิ๋นเยียนปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้า”
“ไสหัวไป!” ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกนั้นของจิ่วเยี่ยจ้องมองไปที่กลุ่มคนของสำนักอวิ๋นเยียน เขาพ่นคำกล่าวที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ออกมา
และพวกเขาก็หวาดกลัวจริง ๆ หนึ่งในนั้นกล่าวออกมา
“ไป… พวกเราจะไปประเดี๋ยวนี้… ไปประเดี๋ยวนี้เลย!”
คนของสำนักอวิ๋นเยียนหายไปอย่างสมบูรณ์ภายในชั่วพริบตาเดียว ราวกับจะรีบไปจุติก็มิปาน
ทุกคนเห็นเช่นนี้ต่างก็ตะลึงอึ้งงัน รู้สึกเหมือนว่าภาพฉากเมื่อครู่ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงความฝันเป็นเพียงจิตนาการ แต่อย่างไรก็ตาม สำนักอวิ๋นเยียนนับว่าเป็นสำนักที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาจะถูกคนแปลกหน้าลึกลับผู้นั้นทำให้ตกใจกลัวไปได้อย่างไรกัน ?
ในขณะที่พวกเขาได้สติกลับมา บุรุษผู้ที่ดูเหมือนภูตผีปีศาจผู้นั้นพามู่เฉียนซีหายตัวไปต่อหน้าพวกเขาแล้ว
เจ้าสำนักชางเยี่ย “ฮั่วอู๋จี๋ สาวน้อยผู้นั้นเป็นสตรีอย่างไรกันแน่ ? เบื้องหลังนางถึงได้มีผู้ที่น่ากลัวและแข็งแกร่งเช่นนั้นได้”
เจ้าสำนักเฟินเทียน “เ