“อีกอย่าง… ข้าเป็นผู้อาวุโสของสำนักอวิ๋นเยียน สำนักนิกายระดับหนึ่ง หากว่าถูกผู้อื่นฆ่าตาย เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนของข้าสามารถรู้ได้ว่าผู้ใดเป็นคนลงมือ ยอดฝีมือแห่งสำนักอวิ๋นเยียนของข้าจะไม่ปล่อยพวกเจ้าไปแน่ เจ้าก็จงรอคอยการเอาคืนของสำนักอวิ๋นเยียนของข้าเถอะ”
“แหวนมิติ!” มู่เฉียนซีหยิบแหวนมิติของผู้อาวุโสสำนักอวิ๋นเยียนออกมา
บนแหวนมีตราประทับวิญญาณของผู้อาวุโสสูงสุดผู้นี้ คนอื่น ๆ ไม่สามารถใช้มันได้ และก็ไม่สามารถหยิบเอาของข้างในออกมาได้
เสียงเย็นชาดังเข้ามาในหูของมู่เฉียนซี “มันก็แค่ตราประทับวิญญาณที่อ่อนแอ ซี… เจ้าสามารถลบมันออกไปได้อย่างง่ายดาย”
มู่เฉียนซีตะลึงงัน “ข้าสามารถลบมันได้อย่างง่ายดายรึ ทําอย่างไรล่ะ ?”
จิ่วเยี่ยชี้แนะมู่เฉียนซีอย่างอดทน “คลุมพลังวิญญาณไว้บนตราประทับวิญญาณ หลังจากนั้นก็เช็ดออกให้หมด…”
สิ่งที่จิ่วเยี่ยกล่าวมานั้นง่ายมาก มู่เฉียนซีเองก็ทําได้อย่างง่ายดาย แต่เวลานี้ผู้อาวุโสสูงสุดแทบจะหมดสติไปแล้ว เมื่อเขารู้ว่าตราประทับวิญญาณบนแหวนมิติของตนได้ถูกขจัดทิ้งและหายไป เขาก็มองมู่เฉียนซีด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าลบตราประทับวิญญาณของข้า เป็นไปได้อย่างไร ?”
มีเพียงพลังที่แข็งแกร่งกว่าเจ้าของแหวนเท่านั้นถึงจะสามารถลบตราประทับวิญญาณของเขาได้ แต่สาวน้อยระดับปรมาจารย์ภูตอายุไม่ถึงยี่สิบผู้นี้กลับทําได้!
ให้ตายเถอะ เป็นไปได้อย่างไรกันนี่!
มู่เฉียนซีหยิบผลึกดอกบัวหัว