ระมัง ?”ม่านตาของผู้อาวุโสสำนักอวิ๋นเยียนหดเล็กลง เขากล่าวตะกุกตะกัก “เจ้า… เจ้า…”“เหอะ! ดูจากสีหน้าของท่านแล้ว เห็นได้ชัดว่าหากข้าทําให้ท่านพิการ เจ้าสํานักของท่านจะไม่รู้ ฉะนั้นแล้วข้าก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ” กล่าวจบมู่เฉียนซีโบกมือ พลันเข็มยาพุ่งไปตรึงแขนขาทั้งสี่ของผู้อาวุโสไว้พลังวิญญาณหายไปอย่างไร้ร่องรอย เส้นชีพจรของแขนขาทั้งสี่ถูกพิษรุนแรงกัดกร่อน ผู้อาวุโสสํานักอวิ๋นเยียนกัดฟันกล่าว “สาวน้อย เจ้าอายุยังน้อยกลับโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ อำมหิตนัก!”มู่เฉียนซีกล่าวอย่างไม่แยแส “ถ้าหากท่านไม่ฉวยเอาของของข้าไป และไม่ปล่อยให้ลูกศิษย์ของท่านฉวยโอกาสเช่นนั้น ข้าก็ไม่อยากลงมือกับคนของสํานักอวิ๋นเยียนของท่านในตอนนี้ แต่ในเมื่อตอนนี้ท่านมาตกอยู่ในกำมือของข้า ข้าจะไม่ทําให้ท่านมีชีวิตที่ดีเป็นแน่”ผู้อาวุโสสํานักอวิ๋นเยียนรู้สึกอนาถอย่างหนัก แต่เจ้าสํานักซวนปิงกลับน่าสังเวชยิ่งกว่า เขาตะโกนขึ้นว่า “ไว้ชีวิตข้าด้วย! ปล่อยข้าไปเถอะ ขอเพียงเจ้าปล่อยข้าไป ต่อไปสํานักซวนปิงของข้าจะยอมทำตามคำสั่งเจ้าทุกประการ”“เหอะ! ท่านคิดว่าท่านทรยศข้าครั้งหนึ่งแล้ว ข้ายังจะเชื่อท่านอีกเป็นครั้งที่สองรึ เจ้าสำนักซวนปิง ?”“อ๊าก! ข้าผิด ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปไม่กล้าอีกแล้ว” เหงื่อเย็นของเขาไหลออกมาไม่หยุด เขาเป็นลมไปหลายต่อหลายครั้งทว่าก็ฟื้นตื่นขึ้นมาโวยวายต่อมู่เฉียนซี “แท้ที่จริงแล้วข้าสามารถทำให้ท่านพ้นทุกข์ได