ครั้งหนึ่งแล้ว ข้ายังจะเชื่อท่านอีกเป็นครั้งที่สองรึ เจ้าสำนักซวนปิง ?”
“อ๊าก! ข้าผิด ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปไม่กล้าอีกแล้ว” เหงื่อเย็นของเขาไหลออกมาไม่หยุด เขาเป็นลมไปหลายต่อหลายครั้งทว่าก็ฟื้นตื่นขึ้นมาโวยวายต่อ
มู่เฉียนซี “แท้ที่จริงแล้วข้าสามารถทำให้ท่านพ้นทุกข์ได้ เพียงแค่ท่านช่วยข้าฆ่าผู้อาวุโสผู้นั้น”
มู่เฉียนซีชี้ไปที่ผู้อาวุโสสํานักอวิ๋นเยียน แม้ว่าตาเฒ่าผู้นี้จะพิการไปเสียแล้ว แต่ตราบใดที่ให้โอกาสเขา เขาก็อาจจะสร้างปัญหาใหญ่ได้อย่างไรเสียสํานักอวิ๋นเยียนแห่งสํานักนิกายระดับหนึ่งนี้ก็ไม่ใช่สํานักซวนปิงแห่งสํานักนิกายครึ่งระดับที่ตอนนี้ตระกูลมู่ของนางยังไม่อาจต่อกรได้เวลานี้เจ้าสำนักซวนปิงถูกทรมานจนลืมสิ้นแล้วทุกอย่าง เขาคิดเพียงต้องการปลดปล่อยตัวเองจากความเจ็บปวดเท่านั้น เขาไม่คิดเลยแม้สักนิดว่าหากสังหารผู้อาวุโสสํานักอวิ๋นเยียน สํานักนิกายระดับหนึ่ง จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสํานักซวนปิงของพวกเขาอย่างไรเขารีบกล่าวว่า “ได้! ได้! ข้าจะฆ่าเขาประเดี๋ยวนี้…”ใบหน้าของผู้อาวุโสสํานักอวิ๋นเยียนซีดเผือด “ข้ามีจุดจบเช่นนี้แล้ว เจ้ายังไม่ยอมให้ทางรอดชีวิตกับข้าอีกหรือ ?”มู่เฉียนซีวางท่าทีเฉยเมยก่อนจะกล่าว “ขออภัย หากข้าให้ทางรอดแก่คนของสํานักอวิ๋นเยียนของพวกท่าน ต่อไปสำนักอวิ๋นเยียนของพวกท่านเกรงว่าก็คงจะไม่ให้ตระกูลมู่ของพวกข้า สองอาหลานได้มีทางรอดชีวิต”นางกับสํานักอวิ๋นเ