านักทั้งหมดของเจ้าให้สิ้นซาก ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!’
มู่เฉียนซียิ้ม กล่าวว่า “ผู้อาวุโสสํานักอวิ๋นเยียน ข้าขอถามอะไรท่านสักหน่อย หากข้าฆ่าท่าน ก็คงทําให้เจ้าสํานักอวิ๋นเยียนรู้ได้ เช่นนั้นถ้าหากข้าทําให้ท่านพิการล่ะ คงไม่ทำให้เจ้าสํานักของท่านรู้ได้กระมัง ?”
ม่านตาของผู้อาวุโสสำนักอวิ๋นเยียนหดเล็กลง เขากล่าวตะกุกตะกัก “เจ้า… เจ้า…”
“เหอะ! ดูจากสีหน้าของท่านแล้ว เห็นได้ชัดว่าหากข้าทําให้ท่านพิการ เจ้าสํานักของท่านจะไม่รู้ ฉะนั้นแล้วข้าก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ” กล่าวจบมู่เฉียนซีโบกมือ พลันเข็มยาพุ่งไปตรึงแขนขาทั้งสี่ของผู้อาวุโสไว้
พลังวิญญาณหายไปอย่างไร้ร่องรอย เส้นชีพจรของแขนขาทั้งสี่ถูกพิษรุนแรงกัดกร่อน ผู้อาวุโสสํานักอวิ๋นเยียนกัดฟันกล่าว “สาวน้อย เจ้าอายุยังน้อยกลับโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ อำมหิตนัก!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างไม่แยแส “ถ้าหากท่านไม่ฉวยเอาของของข้าไป และไม่ปล่อยให้ลูกศิษย์ของท่านฉวยโอกาสเช่นนั้น ข้าก็ไม่อยากลงมือกับคนของสํานักอวิ๋นเยียนของท่านในตอนนี้ แต่ในเมื่อตอนนี้ท่านมาตกอยู่ในกำมือของข้า ข้าจะไม่ทําให้ท่านมีชีวิตที่ดีเป็นแน่”
ผู้อาวุโสสํานักอวิ๋นเยียนรู้สึกอนาถอย่างหนัก แต่เจ้าสํานักซวนปิงกลับน่าสังเวชยิ่งกว่า เขาตะโกนขึ้นว่า “ไว้ชีวิตข้าด้วย! ปล่อยข้าไปเถอะ ขอเพียงเจ้าปล่อยข้าไป ต่อไปสํานักซวนปิงของข้าจะยอมทำตามคำสั่งเจ้าทุกประการ”
“เหอะ! ท่านคิดว่าท่านทรยศข้า