เวลานี้ร่างกายที่สมบูรณ์แบบราวกับหยกนั้นช่างมีสีสันเสียจริง ด้วยความแข็งแกร่งของเขา ชัดเจนว่าเขานั้นสามารถล้างมันออกไปได้อย่างง่ายดาย แต่เขากลับเก็บมันเอาไว้
ทิ้งร่องรอยหลักฐานอย่างหนักแน่นเอาไว้ชัดเจน นี่คือสิ่งที่เขาต้องการ
มู่เฉียนซีขยับร่างของนาง พลันเส้นใยสีเขียวบนร่างของเขานั้นก็ได้ไหลร่วงลงมา จึงทำให้จิ่วเยี่ยกอดนางไว้แน่นกว่าเดิม
เขามองนางด้วยดวงตาเย็นยะเยือกคู่ที่นางคุ้นเคยโดยไม่ได้กล่าวสิ่งใด…
ไร้ซึ่งเจตนาแห่งการฆ่า ไร้ซึ่งความโกรธเคืองขุ่นข้อง… ทว่ามู่เฉียนซีกลับรู้สึกได้ถึงการร้องเรียนที่ไร้ซึ่งเสียง ทำให้นางรู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก นางกระวนกระวาย เมื่อได้ถูกดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองเช่นนี้ จู่ ๆ นางก็ไร้ซึ่งความสามารถในการปรุงแต่งคำกล่าวใด ๆ
ดวงตาทั้งสองคู่นั้นจ้องมองกันอย่างไร้ซึ่งเสียง
ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็กล่าวขึ้นมา “เจ้าล่วงละเมิดต่อข้า”
ใบหน้าของมู่เฉียนซีนั้นแดงก่ำ นางมิอาจหาเหตุผลมาโต้เถียงเขาได้
“เจ้าเป็นคนเดียวเท่านั้นที่กล้าทำเช่นนี้กับข้า” จิ่วเยี่ยกล่าวต่อไป เสียงที่เย็นชานั้นดังเข้าไปในรูหูของมู่เฉียนซี ทำให้นางได้แต่ก้มศีรษะต่ำลง
มู่เฉียนซีรู้ได้ทันทีว่าตนทำเรื่องที่บังอาจมากที่สุดทั้งของในภพชาตินี้และภพชาติหน้าเข้าให้แล้ว เรื่องนั้นก็คือการที่ทำให้องค์ชายปีศาจอย่างเยี่ยอ๋องต้อง…
“เห็นแก่การที่เจ้าถูกพิษของอสรพิษสามหัว ข้าละเว้นโทษ เจ้าสามารถไม่รับโ