ทษตายได้ แต่…”
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีรู้สึกว่าท้องฟ้าและแผ่นดินหมุนโคลงไปมา นางเกิดความรู้สึกมึนงงวิงเวียนเสียยิ่งกว่าตอนแรก ๆ ที่นางถูกพิษของอสรพิษสามหัวเสียอีก แม้ว่ามันจะไม่มีร่องรอยใดอยู่บนร่างกายนางก็ตาม พิษก็ยังออกฤทธิ์อย่างไม่หยุดยั้ง นางพุ่งเข้าใส่ร่างจิ่วเยี่ยอีกครั้ง
เยี่ยอ๋องเห็นนางพุ่งเข้ามาก็ยกยิ้มมุมปาก เขาตัดสินใจจะใช้วิธีวิธีหนึ่ง มันเป็นวิธีที่เขาชอบใช้เป็นที่สุดนั่นก็คือ…หนามยอกเอาหนามบ่ง
จิ่วเยี่ยกระทำการบางอย่างกับนาง!
มู่เฉียนซีรู้สึกว่ากระดูกแทบทั้งร่างของตนเองเหมือนโดนกระทำจนป่นปี้ไปหมดแล้ว นางตะโกนร้อง “อ๊า! พอ! พอแล้ว!”
“จิ่วเยี่ย! เจ้านั้นเป็นบุรุษ อย่าได้ใจคอคับแคบโหดร้ายกับข้านักสิ”
หลังจากที่ได้อดทนมาอย่างยาวนาน นั่นไม่ใช่ปัญหาที่ว่าใจคอคับแคบหรือไม่
จิ่วเยี่ยนั้นรู้ขีดความอดทนของมู่เฉียนซีดี เขาจึงไม่ได้ล่วงเกินก้าวข้ามเส้นและทำเกินเลยลงไป หากทันทีที่ทำเช่นนั้น เขาเกรงว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเข้าจะยิ่งห่างไกลออกไปจากเขามากกว่าเดิม
มู่เฉียนซีสลบไปอีกครั้ง มิใช่เพราะว่าพลังกายของนางไม่ไหว แต่เป็นเพราะ…มีผู้ที่ได้ทำเกินเลยไปเสียแล้ว ทำเกินเหตุมากไปแล้ว!
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะอยู่ในอาการหลับฝัน แต่นางก็ยังคงโกรธจนกัดฟันแน่น
“อื้อ!” มู่เฉียนซีฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทว่านางตื่นขึ้นมาด้วยเพราะถูกจุมพิต
หลังจากที่การจุมพิตครั้งนี้จบลง มู่เฉียนซีก็ใช้แรงผลักจิ่วเ