อนกัน เช่นนั้นแล้วเอาเก้าร้อยครั้ง”
“บัดซบ! เจ้าทำเช่นนี้จะเอาชีวิตข้ารึ ?!” มู่เฉียนซีโวยวายออกมา
“เก้าสิบครั้ง” จิ่วเยี่ยผ่อนปรนให้
มู่เฉียนซีส่ายหน้าอย่างเอือมระอาก่อนจะกล่าวขึ้น “จิ่วเยี่ย ข้านั้นรู้ผิดแล้วจริง ๆ ข้าไม่ควรจะไปล่วงเกินเจ้า แต่การที่เจ้ามาลงโทษข้าให้ข้า… เอ่อ… เก้าสิบครั้ง หากเป็นเช่นนั้นจริง เจ้าส่งให้ข้าไปเที่ยวเล่นในนรกเถอะ”
“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตาย” จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงทุ้มต่ำ
“ถ้าเช่นนั้นก็สามครั้ง อย่างมากที่สุดสามครั้ง!”
“สิบเก้าครั้ง”
“เจ็ด!”
“เก้า”
มู่เฉียนซีกัดฟันแน่น กล่าวขึ้นว่า “ได้! เก้าครั้งก็เก้าครั้ง”
“อ๊ะ! อื้อ…” ริมฝีปากของมู่เฉียนซีถูกริมฝีปากของเขาโน้มลงมาประกบเข้าอีกครั้ง
จุมพิตอันยาวนานผ่านพ้น ไม่ง่ายเลยที่จะหลุดพ้นออกมาได้ มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “เจ้า… เจ้าไม่ปล่อยให้ข้าได้หายใจบ้าง เช่นนี้จะทำให้ข้าตายเอา”
“เจ็ดวัน” จิ่วเยี่ยกล่าว ท่าทีสบาย ๆ
มู่เฉียนซีเบิกตากว้าง จิ่วเยี่ยผู้นี้ก็ช่างจดช่างจำได้ดีเหลือเกิน!“หากไม่ให้เจ้าไปทำงานที่ห้องบัญชีของตระกูลมู่ ข้านั้นยังรู้สึกเสียดายในพรสวรรค์ ความจำของเจ้านั้นช่างดีนัก”“แน่นอนว่าเรื่องเช่นนี้ ข้านั้นไม่ลืม”“เฮ้อ…”เจ็ดวันต่อหนึ่งจุมพิต ที่นางติดค้างไว้คงไม่ใช่แค่เพียงเล็กน้อยอย่างแน่นอนมู่เชียนซีกรุ่นโกรธอย่างหนัก “จิ่วเยี่ย เจ้าเป็นคนจากไปเอง เจ้าพลาดโอกาส เช่นนั้นไม่นับ! เป็นเจ้าเองต่างหากที่จาก