ี่ตรงนั้นมู่เฉียนซีพบป้ายประจำตัวของสำนักอวิ๋นเยียนเข้า นางรู้ได้อย่างแน่ชัดว่าก่อนที่นางจะสลบไปนั้น นางเข้าใกล้ตัวคนจากสำนักอวิ๋นเยียนกลุ่มนั้นมู่เฉียนซีกล่าวถามขึ้น “นอกจากคนหนุ่มห้าหกคนนั้นแล้ว ยังมีผู้เฒ่าอีกคนหนึ่งใช่หรือไม่ ?”“ไม่มี”มู่เฉียนซีมีความรู้สึกว่าเป็นไปได้ที่จะเป็นผู้อาวุโสแห่งสำนักอวิ๋นเยียนที่ฉวยเอาผลึกดอกบัวหัวใจศักดิ์สิทธิ์ของนางไป มิเช่นนั้นแล้ว ที่แห่งนี้ซึ่งเป็นที่ที่มีแรงกดดันของสัตว์อสูรระเบิดออกมาอย่างหนัก ลำพังแค่เพียงกลุ่มคนหนุ่มเพียงไม่กี่คนคงไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้อย่างแน่นอนเมื่อได้รู้เรื่องเกี่ยวกับผลึกดอกบัวหัวใจศักดิ์สิทธิ์แล้ว มู่เฉียนซีเหลือบมองไปทางชิงอิ่งชิงอิ่งยังคง….
มู่เฉียนซีเบิกตากว้าง จิ่วเยี่ยผู้นี้ก็ช่างจดช่างจำได้ดีเหลือเกิน!
“หากไม่ให้เจ้าไปทำงานที่ห้องบัญชีของตระกูลมู่ ข้านั้นยังรู้สึกเสียดายในพรสวรรค์ ความจำของเจ้านั้นช่างดีนัก”
“แน่นอนว่าเรื่องเช่นนี้ ข้านั้นไม่ลืม”
“เฮ้อ…”
เจ็ดวันต่อหนึ่งจุมพิต ที่นางติดค้างไว้คงไม่ใช่แค่เพียงเล็กน้อยอย่างแน่นอน
มู่เชียนซีกรุ่นโกรธอย่างหนัก “จิ่วเยี่ย เจ้าเป็นคนจากไปเอง เจ้าพลาดโอกาส เช่นนั้นไม่นับ! เป็นเจ้าเองต่างหากที่จากไปจึงได้พลาดโอกาส เช่นนี้ไม่นับ จะนับไม่ได้”
มุมปากของจิ่วเยี่ยโค้งขึ้นเล็กน้อย เขากล่าวว่า “ซี… ข้าไม่ต้องการให้เจ้าจากข้าไป”
“ไม่ ข้าไม่ได้จะจากไป เพียงแต่ว่าตอนนี้เจ้าน