ากที่ร่างของชิงอิ่งล้มลงไป มู่เฉียนซีรู้สึกได้ว่าพิษภายในร่างกายของนางเริ่มแพร่กระจายลามไปทั่วแล้ว
นางรีบหยิบเข็มยาออกมา แต่ยังไม่ทันได้ฉีดยา นางก็อ่อนแรง หน้ามืดล้มลงไปเสียก่อน ร่างของนางนั้นร้อนเป็นไฟราวกับตกลงไปในหม้อต้มเดือด ๆ เลือดนางเสมือนกำลังเดือดและกระดูกก็ราวกับถูกแผดเผาก็มิปาน
เขี้ยวฟันของอสรพิษสามหัวนั่นเป็นพิษร้ายแรงอย่างมาก…
มู่เฉียนซีต้องการที่จะควบคุม ทว่าร่างกายของนางนั้นอ่อนปวกเปียกมิได้ดั่งใจ นางพยายามฝืนไม่ให้ตนเองหลับทว่ามันยากเย็นเต็มที นางจึงเลือกที่จะกัดลิ้นตัวเองเพื่อกระตุ้นไม่ให้หลับ
จะหมดสติไปไม่ได้… ไม่ได้เด็ดขาด…
ในเวลานี้เอง มีเสียงฝีเท้ากำลังเดินอยู่ด้านหน้าของนาง แต่มู่เฉียนซีนั้นฝืนทนจนถึงขีดจำกัดของนางแล้ว นางเป็นลมหมดสติไปก่อนที่เห็นว่าเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นเป็นใคร
“อาจารย์ เมื่อครู่มีเสียงต่อสู้กันทางด้านนี้ อย่างน้อยก็น่าจะเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสาม ที่ที่มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามอยู่ ต้องมีของล้ำค่าเป็นแน่แท้”
“แน่นอนอยู่แล้ว การต่อสู้จบลงแล้ว คนที่บุกเข้าไปต่อสู้กับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้น หากไม่ตายก็น่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสยากที่จะหาย”
“เรารีบเข้าไปดูเร็วเถอะ”
— ขวับ! ขวับ! ขวับ! —
ร่างหลายร่างบุกเข้าไปในบริเวณสระที่เย็นยะเยือกนั้น และผู้อาวุโสแห่งสำนักอวิ๋นเยียนก็เห็นดอกบัวหิมะที่บานสะพรั่งในสระ
ถึงแม้ว่าบริเวณรอบ ๆ จะเกิดการต่อสู้