ที่ดุเดือดขึ้น ทว่าดอกบัวหิมะนี้ก็ไม่ได้เสียหายแม้แต่น้อย
ผู้อาวุโสกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ผลึกดอกบัวหัวใจศักดิ์สิทธิ์ เป็นผลึกดอกบัวหัวใจศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ อา… ช่างโชคดี ดูเหมือนว่าการมาครานี้ไม่เสียเปล่าเลย”
นอกจากผลึกดอกบัวหัวใจศักดิ์สิทธิ์นี้แล้ว เขาก็เห็นซากของอสรพิษสามหัวอีกด้วย เขากล่าวขึ้นว่า “น่าทึ่งนักที่มีคนฆ่าอสรพิษสามหัว สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามนี้ได้ ศิษย์ทั้งสามสำนักนั้น ไม่มีทางที่จะมีพลังแข็งแกร่งจนสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้”
ในขณะที่ผู้อาวุโสกำลังครุ่นคิดสงสัยอยู่นั้น ฉื่อเอี้ยนก็อุทานขึ้นด้วยความตกใจว่า “แม่นางผู้นี้! นางแน่ ๆ ที่เป็นผู้จัดการกับเจ้าอสรพิษสามหัวตัวนี้”
ฉื่อเอี้ยนเห็นร่างสีม่วงที่คุ้นตานั้นและผู้อาวุโสก็ประหลาดใจขึ้นมาในทันที “เป็นไปไม่ได้! สตรีอายุน้อยผู้นี้ไม่มีทางจัดการกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามได้”
“ไม่น่าจะเป็นนาง แต่เป็น…” ฉื่อเอี้ยนหันไปมองร่างของชิงอิ่งที่นอนหมดสติอยู่ข้าง ๆ มู่เฉียนซี
เมื่อมองดูแล้วจะรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าร่างของชิงอิ่งนั้นไม่มีกลิ่นอายของพลังชีวิตอยู่เลย “ชายผู้นี้ตายแล้ว ดี! ตายไปเสียได้ก็ดี!”ชายชุดเขียวผู้นี้เคยปราบเขาได้ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว อีกทั้งยังขัดขวางไม่ให้เขายุ่งกับแม่นางมู่ นี่คือหายนะของเขาที่ไม่อาจเทียบได้ ตอนนี้ชายชุดเขียวผู้นี้ตายไป ก็เท่ากับเขาหมดศัตรูที่น่าหวาดกลัวไปหนึ่งคนผู้อาวุโสก