ามหวาดกลัวแล่นเข้าครอบงำจนขยับร่างกายไม่ได้
เขารีบคุกเข่าลงพลางกล่าวอ้อนวอน “ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด… หากท่านอยากได้แม่นางผู้นี้ ท่านเอาไปได้เลย ขะ… ข้าไม่…”
ทันใดนั้นสองขาของเขากลายเป็นกระดูกขาวทันที
“อ๊าก!” ความเจ็บปวดจากการแยกชิ้นเนื้อออกจากกระดูกนี้ทำให้ฉื่อเอี้ยนร้องตะโกนดังลั่น ศิษย์ร่วมสำนักของฉื่อเอี้ยนตกใจอย่างมาก พวกเขารีบพรวดเข้ามาดู “ศิษย์พี่ฉื่อเป็นอะไรไป ?!”
ทันทีที่พวกเขาวิ่งพรวดเข้ามา ก็ได้เห็นบุรุษผู้หนึ่งแผ่กลิ่นอายราวกับเป็นภูตผีปีศาจ การปรากฏตัวของเขานั้นราวกับทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในดินแดนลึกลับนี้สั่นสะเทือน
ร่างสีเขียวอันงดงามน่าหลงใหลปรากฏขึ้นข้าง ๆ จิ่วเยี่ย “กำลังจะหาเจออยู่แล้วเชียว เยี่ย เจ้ารีบหนีมาที่นี่เพราะเหตุใดกัน ? หรือว่า…”
ดวงตาสีม่วงคู่นั้นเหลือบไปมองมู่เฉียนซี “อ้อ ที่แท้ก็เกิดเรื่องกับแม่สาวน้อยคนงาม มิน่าล่ะเจ้าถึงได้รีบมา”
ศิษย์น้องร่วมสำนักของฉื่อเอี้ยนหันไปมองร่างของฉื่อเอี้ยนที่เวลานี้ค่อย ๆ กลายเป็นกระดูกและสลายหายไป พวกเขาขาอ่อนลงด้วยความตกตะลึง
จื่อโยวโบกมือพลางกล่าว “เกิดอะไรขึ้น ?”
พวกเขารีบกล่าวรายงานว่า “พวกข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อพวกข้ามาถึงแม่นางมู่ก็เป็นเช่นนี้ไปแล้ว นางน่าจะถูกอสรพิษสามหัว สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามทำร้าย”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง อืม เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไร้ประโยชน์ที่จะอยู่ต่อ”
ทันใดนั้นควันดำปกคลุมร่างของพวกเขา