สำหรับพวกลูกศิษย์สำนักอวิ๋นเยียนที่หน้าไม่อายนั้น มู่เฉียนซีเคยพบเจอมาแล้วไม่รู้กี่ครา แต่นางยังคงสงบนิ่งดังเดิม
ศิษย์พี่ผู้อื่นของสำนักที่อยู่ ณ ที่นี้ด้วยนั้นรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก โลหิตของพวกเขาสูบฉีดพลุ่งพล่านเพราะทนไม่ไหวกับการกระทำอันโอหังของสำนักอวิ๋นเยียน
แต่ผู้อาวุโสของสำนักได้เคยกล่าวสอนพวกเขาเอาไว้ว่า สำนักอวิ๋นเยียนนั้นเป็นสำนักนิกายระดับหนึ่งเพียงหนึ่งเดียวในทวีปเซี่ยโจว ส่วนพวกเขานั้นเป็นเพียงสำนักนิกายครึ่งระดับ จึงมิอาจล่วงเกินพวกนั้นได้ตามใจ
หลังจากที่ได้เข้าไปในแดนลึกลับแล้ว พวกเขานั้นจะต้องแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ฮั่วอู๋จี๋กล่าวกับเหล่าบรรดาลูกศิษย์
“ต่อจากนี้ไป พวกเจ้าสามารถฝึกแบบรายบุคคลได้ สามารถแยกตัวออกจากกลุ่มได้เลยทว่าอย่าลืมระวังความปลอดภัยด้วย”
“ขอรับ” เหล่าผู้อาวุโสจากไปแล้ว ต่อไปก็ได้เวลาที่บรรดาศิษย์เหล่านี้จะได้ทำตัวกระปรี้กระเปร่ากันแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ศิษย์พี่ทั้งหลาย ข้าขอปฏิบัติการฝึกเพียงลำพัง พวกท่านระวังความปลอดภัยกันด้วยล่ะ”
ด้วยความสามารถสุดวิปริตของนาง และข้างกายนางนั้นยังมีชิงอิ่งอีกคน พวกเขาจึงไม่ได้กังวลในเรื่องความปลอดภัยของนางเลย
เงาร่างสีม่วงพุ่งผ่านดินแดนลึกลับทางตะวันตกแห่งนี้ ต้องทราบก่อนว่าแดนลึกลับของภาคตะวันตกแห่งนี้นั้น ไม่ได้มีสมบัติอันใดมากมายนัก แต่ทว่าสัตว์วิญาณกลับมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
หลังจากที่ได้ค้นหาอยู่นาน อ