องบาดแผลของข้าอีกรึ ? ตอนนี้บนตัวของข้ามีแผลเป็นอยู่แห่งหนึ่งยังไม่หาย น่าเกลียดจะตายชัก”
มู่เฉียนซีกล่าวเย้ยหยัน “เพียงแค่นี้ก็รับไม่ไหวเสียแล้ว ถ้าหากว่าข้าเอาพิษไปใส่บนหน้าเจ้า เจ้าไม่แขวนคอตายเลยรึ ?”
ความเย็นยะเยือกของบรรยากาศรอบตั้วนั้นยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น อีซือยิ้มอย่างดุร้ายก่อนจะกล่าวว่า “ข้าไม่เปิดโอกาสเช่นนั้นให้เจ้าแน่ ข้าจะกรีดสร้างรอยแผลบนใบหน้าเจ้าให้ลึกกว่ารอยแผลเป็นของข้า ให้เจ้าตายไปเป็นผีที่น่าเกลียดในปรโลก!”
“เฮ้อ… ข้าได้ยินมาว่าสตรีแต่ละนางแห่งสำนักซวนปิงนั้นราวกับนางฟ้าเทพธิดาบนสวรรค์ แต่มาพบเจ้าวันนี้จึงได้รู้ว่าข่าวลือนั้นอาจจะเชื่อถือไม่ได้”
อีซือแทงกระบี่ไปทางมู่เฉียนซี แต่มู่เฉียนซีกลับหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
อีซือรู้ในทันทีว่าไม่สามารถต่อกรด้วยได้จึงได้รีบร้องตะโกนขึ้น “ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่หญิง อาจารย์อา จับตัวนางมู่ผู้นี้ไว้”
แน่นอนว่าอีซือนั้นจะไม่ยอมให้มู่เฉียนซีได้ตายอย่างสบาย ๆ นางจะค่อย ๆ ทรมานมู่เฉียนซีอย่างช้า ๆ จากนั้นค่อยทำให้มู่เฉียนซีกลายเป็นคนอัปลักษณ์นางถึงจะพอใจ
หญิงผู้นี้ได้ทิ้งบาดแผลที่ไม่อาจลบล้างได้ไว้บนผิวขาวดุจหิมะของนาง จึงไม่อาจยอมให้อภัย
ในตอนที่เจ้าสำนักซวนปิงกับศิษย์พี่หญิงผู้นั้นกำลังพุ่งเข้าไป ก็ได้มีเงาสีเขียววาบเข้ามา
ชิงอิ่ง!
เจ้าสำนักซวนปิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เป็นเจ้าอีกแล้วที่เข้ามาขัดขวาง! วันนี้ข้าต้องเจอกั