ใบหน้าของเจ้าสำนักซวนปิงแดงก่ำ เขากล่าวอย่างกรุ่นโกรธ “ฮั่วอู๋จี๋ เจ้าหยาบคายมากเกินไปแล้ว!”
ฮั่วอู๋จี๋กล่าวโต้ด้วยสีหน้าเย็นชา “เหอะ! หยาบคายหรือไม่นั้นเจ้ารู้ดีที่สุด”
เจ้าสำนักซวนปิงหันไปตะคอกใส่มู่เฉียนซี “ยาแก้พิษ เจ้าเอายาแก้พิษมาเดี๋ยวนี้!”
มู่เฉียนซี “สำนักซวนปิงของท่านก็น่าจะมีนักปรุงยา ไปให้นักปรุงยาของสำนักเจ้าแก้พิษให้เองซี่! อย่ามารบกวนข้า ต่อให้ข้ามีข้าก็ไม่ให้”
เจ้าสำนักซวนปิงโกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ “เจ้า! รนหาที่ตายแล้ว”
เขาจ้องมู่เฉียนซีตาเขม็ง ทว่าในขณะเดียวกันนั้น สายตาที่เย็นชา ไร้ซึ่งอารมณ์และความรู้สึกคู่หนึ่งก็กำลังจ้องมองเขาอยู่เช่นกัน เจ้าสำนักซวนปิงไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม เขาเคยต่อสู้กับคนผู้นี้มาแล้ว รู้ดีว่าหากลงมือไปคงจะไม่เป็นการดีนัก
เจ้าสำนักซวนปิง “เจ้าคิดจริง ๆ รึว่าสำนักซวนปิงของข้าจะแก้ไม่ได้ ?” เจ้าสำนักซวนปิงแค่นเสียงก่อนจะพาอีซือเตรียมหันกลับไป
มู่เฉียนซีกล่าวไล่หลัง “ช้าก่อน! เจ้าสำนักซวนปิง ท่านทำผิดกฎการประลอง คิดจะจากไปง่าย ๆ เช่นนี้รึ ?”
เจ้าสำนักซวนปิงกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว “เจ้าทำร้ายซือเอ๋อร์เช่นนี้แล้วะยังไม่พออีกรึ ? เจ้าต้องการสิ่งใดอีก ?”
“เจ้าสำนักซวนปิง เจ้าเองก็อายุมากแล้ว เจ้าแยกไม่ได้หรืออย่างไรว่านั่นมันคนละเรื่องกัน ?” เจ้าสำนักเฟินเทียนกล่าวขึ้น ก่อนจะหันไปกล่าวกับเจ้าสำนักชางเยี่ย “เจ้าสำนักชางเยี่ย เรื่องนี้จะจัดการเช่นไร ? เห