ตุการณ์เมื่อครู่นั้นทำให้ข้าตกใจจนอกสั่นขวัญหายไม่เบา”
เจ้าสำนักซางเยี่ยตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะเขาไม่อาจทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจได้ ทันใดนั้นเอง ฉื่อเอี้ยนกล่าวขึ้นว่า “เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ เรื่องที่เจ้าสำนักซวนปิงทำผิดกฎ รางวัลอันดับสองที่เดิมทีถือเป็นของอีซือ ก็เป็นอันยกเลิกและมอบให้กับแม่นางมู่แทน”
เจ้าสำนักซวนปิงได้ยินเช่นนี้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทว่านี่เป็นคำพูดของศิษย์สำนักระดับหนึ่งอย่างสำนักอวิ๋นเยียน ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าขัด
“คุณชายฉื่อหลักแหลมยิ่งนัก!” เจ้าสำนักซางเยี่ยรีบกล่าวชื่นชม เขาเองก็อยากให้ปัญหาขัดข้องหมองเคืองนี้จบลงโดยไว
ทว่าเจ้าสำนักซวนปิงกล่าวอย่างเย็นชา “เหอะ… รางวัลอันดับสอง สำนักซวนปิงก็ไม่ได้อยากได้!” กล่าวจบตาเฒ่าผู้นี้ก็พาอีซือกลับไปรักษาทันที
พิษนั่นร้ายแรงมากราวกับจะคร่าชีวิตของอีซือได้ นางต้องทนทุกข์ทรมานตลอดทั้งยามราตรี
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีนั้นจิตใจซื่อสัตย์มากพอ นางไม่ฆ่าศิษย์ที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักของผู้อื่นตายอย่างแน่นอน เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้เกิดปัญหามากมายตามมา เพราะถ้าหากนางตั้งใจจะให้ตายจริง ๆ ก็คงไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้
ท้ายที่สุดแล้วการประลองครั้งนี้ก็ได้จบลง รางวัลสำหรับผู้ที่ได้อันดับหนึ่งคือยาวิญญาณระดับเจ็ดหนึ่งเม็ด ส่วนรางวัลสำหรับผู้ที่ได้อันดับสองคือยาวิญญาณระดับหกหนึ่งเม็ด รางวัลทั้งสองนี้มู่เฉียนซีมอบให้ก