ับฮั่วอู๋จี๋
ฮั่วอู๋จี๋รู้ดีว่าตระกูลมู่นั้นร่ำรวยเงินทองและมียาวิญญาณมากมาย ดังนั้นเขาจึงรับไว้อย่างไม่เกรงใจ นางมียาดีอยู่มากแล้ว แต่สำนักของเขานั้นขาดแคลนเป็นอย่างมาก เช่นนั้นรับไว้คงไม่น่าเกลียดกระมัง ?
ในค่ำคืนนั้นเอง อีซือนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงด้วยความเจ็บปวดภายใน ทำให้เจ้าสำนักซวนปิงยกกระบี่ขึ้นมาหลายต่อหลายครั้งด้วยความโกรธขึ้ง ใจร้อนดั่งไฟสุมหมายจะออกไปสังหารมู่เฉียนซีให้รู้แล้วรู้รอด
ไม่ว่าจะเป็นนักปรุงยาของสำนักซวนปิงหรือของสำนักซางเยี่ยก็ไร้ซึ่งหนทางรักษา สุดท้ายเขาไม่กล้าผลีผลาม ได้แต่บากหน้าไปหาฮั่วอู๋จี๋
ฮั่วอู๋จี๋เห็นสีหน้าของเจ้าสำนักซวนปิงย่ำแย่ขึ้นเรื่อย ๆ ก็ลอบสะใจในใจไม่น้อย ในที่สุดตาเฒ่าผู้นี้ก็มีวันนี้จนได้
ฮั่วอู๋จี๋กล่าวขึ้น “ซวนปิง ใช่ว่าข้าจะไม่เคยเตือนเจ้า พิษของหมอปีศาจเจ้าไม่มีวันแก้ได้ ยาแก้พิษก็ไม่มี บางทีศิษย์ของเจ้าอาจจะทรมานแค่คืนนี้คืนเดียวก็ไม่ต้องทรมานอีกต่อไป นางน่าจะหายด้วยเพราะร่างกายที่แข็งแกร่งใจสู้ของนาง นางเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักเจ้า ไม่มีทางที่จะทนต่อความเจ็บปวดนี้ไม่ได้”
เจ้าสำนักซวนปิงกล่าวด้วยความตกใจว่า “หมอปีศาจรึ ?! เจ้าบอกว่าหมอปีศาจ… สตรีผู้น้อยนั่นเป็นหมอปีศาจรึ ?”
ฮั่วอู๋จี๋ “ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่สาวน้อยผู้นำตระกูลมู่กับหมอปีศาจมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมใกล้ชิดกันอย่างมาก หมอปีศาจมียาพิษ นางก็มียาพิษ ดังนั้นเ