ฮั่วอู๋จี๋และพวกรีบวิ่งเข้ามา ได้เห็นคุณชายฉื่อกระอักเลือดคำโต
ฮั่วอู๋จี๋อึ้งไปเล็กน้อย “คุณชายฉื่อ เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ?”
สีหน้าของฉื่อเอี้ยนแสดงออกถึงความกระอักกระอ่วน จากนั้นจึงกล่าวอย่างกรุ่นในอารมณ์โกรธ “เดิมทีข้าจะมาเยี่ยมแม่นางมู่ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ ก็จะมีคนมาทําร้ายข้า เขา…”
ในที่สุดฉื่อเอี้ยนก็ได้เห็นใบหน้าของชิงอิ่งอย่างชัดเจน ใบหน้างดงามนั้น ทําให้เขารู้สึกด้อยกว่าเสมือนว่าตนกลายเป็นฝุ่นละออง
ให้ตายเถอะ! เหตุใดโลกนี้ถึงได้มีชายที่รูปงามมากเพียงนี้
ชิงอิ่งมองเขาอย่างเย็นชาแล้วกล่าวว่า “เฉียนกําลังฝึกบําเพ็ญตบะ ผู้ใดก็ไม่สามารถเข้าใกล้นางได้”
ฮั่วอู๋จี๋หัวเราะพลางกล่าวว่า “หึ ๆ เข้าใจผิดแล้ว นี่เป็นความเข้าใจผิด ผู้นี้คือองครักษ์ของสาวน้อยนางนั้น เขาคงคิดว่าคุณชายฉื่อเป็นคนร้ายจึงได้โจมตี ขอเจ้าโปรดอย่าติดใจไปเลย”
ผู้นี้คือศิษย์ของสํานักอวิ๋นเยียนแห่งสํานักนิกายระดับหนึ่ง ฮั่วอู๋จี๋ย่อมไม่กล้าล่วงเกิน
ใบหน้าของฉื่อเอี้ยนบิดเบี้ยวเหยเก เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งซี่โครงของเขายังหักไปหลายซี่ ถ้าหากไม่ใช่เพราะเขามีเกราะอยู่ คาดว่าอวัยวะภายในคงแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไปแล้วเป็นแน่
ชิงอิ่งโยนยาออกมาหนึ่งขวด นี่ถือเป็นของว่างของเขา
“เจ้าไปได้แล้ว”
ฉื่อเอี้ยนเปิดยาดู มันคือยาระดับห้า สำหรับใช้รักษาอาการบาดเจ็บ เม็ดยาระดับนี้ในหนึ่งปี มักจะมีการแจกจ่ายไม่ถึงหนึ่งเม็ด สีหน้าขอ