นเหริน ในเมื่อเจ้าเป็นพวกเดียวกันกับเด็กหนุ่มผู้นี้ เช่นนั้นสำนักตานซินของข้าจะไม่ยอมก้มหัวให้เจ้าอีกต่อไป”
มู่เฉียนซี “ไม่ยอมก้มหัวให้งั้นรึ ? เช่นนั้นก็คงต้องใช้กำลังมาตัดสินแล้ว”
ทันใดนั้นองครักษ์เงาที่ลอบซุ่มอยู่ในสำนักตานซินก็ออกมา แน่นอนว่ายังมีผู้อาวุโสของสำนักตานจี้ด้วย
ตานซินผงะไป “อา… เหตุใดสำนักตานจี้ของพวกเจ้าถึงได้มียอดฝีมือมากมายเช่นนี้ ?”
ที่ผ่านมา เป็นเวลาเกือบร้อยปีแล้วที่สำนักตานซินของพวกเขากดขี่ข่มเหงสำนักตานจี้มาโดยตลอด ไม่มีทางที่สำนักตานจี้จะมียอดฝีมือระดับจักรพรรดิมากมายเช่นนี้ได้
ตานคุนกล่าว “ตานซิง ทางที่ดีเจ้ายอมฟังผู้นำตระกูลมู่เสียดีกว่า เจ้าก่อเรื่องเดือดร้อนให้ผู้นำตระกูลมู่มากมายเช่นนี้ ผู้นำตระกูลมู่ไม่ทำลายล้างสำนักของเจ้าก็นับว่าท่านมีเมตตาต่อเจ้ามากแล้ว”
ตานซิงได้ยินคำกล่าวเรียกนี้ถึงกับอ้าปากค้าง “ผะ… ผู้นำตระกูลมู่”
ดวงตาของตานซิงเบิกกว้างแทบจะถลนออกมา เขาจ้องมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“เจ้า… เจ้าเป็นผู้นำตระกูลมู่ มู่เฉียนซีรึ ?!”
“ใช่ ข้าเอง เพียงแต่ข้าแต่งผ้าอาภรณ์เยี่ยงบุรุษเท่านั้น” มู่เฉียนซีกล่าวเสียงขรึม
ตานซิงครุ่นคิด เมื่อก่อนผู้นำตระกูลมู่ไม่ได้เป็นที่รู้จักแต่อย่างใด ทว่าแน่นอน ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังของหอหมอปีศาจ เขาจึงรู้ว่ายังมีตระกูลมู่อยู่
ตานซิงหัวเราะพลางกล่าว “ฮ่า ๆ ๆ ข้านึกไม่ถึงเลยแม้เพียงนิดว่าสำนักตานจี้ของเจ้าจะกลาย