เป็นสุนัขรับใช้ตระกูลมู่ไปเสียแล้ว มิน่าล่ะว่าเหตุใดถึงได้มีสูตรยามากมายเช่นนั้น”
มู่เฉียนซี “ตานซิง หากสำนักตานซินของเจ้าเลือกที่จะยอมจำนนต่อข้า ผลประโยชน์ต่าง ๆ ของสำนักเจ้าจะไม่น้อยหน้าไปกว่าสำนักตานจี้ แต่หากว่าไม่ เช่นนั้นก็…”
เวลานี้ตานซิงดิ้นรนอยู่ในใจ คู่ต่อสู้แข็งแกร่งกว่าพวกเขายิ่งนัก อีกอย่าง เขาเป็นคนให้ม้วนไม้ไผ่โบราณนั้นกับผู้นำตระกูลมู่ด้วยตนเอง ทำให้นางต้องเดือดร้อน
เพียงแค่นึกถึงความมั่งคั่งของสำนักตานจี้ในวันนี้ อีกทั้งหมอปีศาจผู้ลึกลับในตำนานผู้นั้น ก็ทำให้เขาอดใจเต้นมิได้
ในที่สุดตานซิงกล่าวขึ้น “หากสำนักข้ายอมจำนนให้กับตระกูลมู่ ข้าต้องทำสิ่งใดบ้าง ?”
มู่เฉียนซี “ไม่คิดร้ายและไม่สร้างความเดือดร้อนใด ๆ ให้กับคนของตระกูลมู่ ส่งนักปรุงยาที่มีความสามารถมาประจำอยู่ที่หอหมอปีศาจของข้า ส่วนเรื่องอื่นเจ้าสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเป็นอิสระ”
“อ้อ และสูตรยากับยาวิญญาณข้าจะให้พวกเจ้าไม่น้อยแน่นอน”
ตานคุน “ตานซิง เจ้าไม่ต้องลังเลใจใด ๆ แล้ว สิ่งดี ๆ เช่นนี้หาได้ยากยิ่งนัก เจ้าคงไม่อยากให้สำนักตานซินที่ก่อตั้งมาเป็นร้อย ๆ ปีพังทลายไปในรุ่นของเจ้าหรอกใช่หรือไม่ ?!”
ปัจจุบันนี้ผู้อาวุโสในสำนักตานซินของพวกเขาก็ถูกกลุ่มคนชุดขาวนั่นสังหารสิ้นลมไปหลายคนแล้ว หากถูกทำลายอีกครา สำนักของเขาคงมิวายต้องสลายไปเป็นแน่แท้
ตานซิง “ตกลง ข้ายอมรับข้อเสนอ”
มู่เฉียนซีหยิบขวดหยกออกมา กล่าวว่า “