นั้นได้ มิเช่นนั้นแล้วการหลอมยาคงจะล้มเหลวเหมือนครั้งก่อนเป็นแน่
มู่เฉียนซีใช้พลังจิตครึ่งหนึ่งควบคุมการหลอมยาเอาไว้ และใช้พลังจิตอีกครึ่งหนึ่งโจมตีพวกมัน
“บุปผาหลั่งสายฝน!”
“โล่มังกรวารี!”
“วารีสะท้านสวรรค์!”
— ตูม! ตูม! ตูม! —
มู่เฉียนซีโจมตีพวกมันทีละตัว จนพวกมันกลัวไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้ และเม็ดยาในหม้อเทพปาฮวางชิงมู่ในตอนนี้ก็กำลังเป็นรูปเป็นร่าง
สีหน้าของเสี่ยวหงและอู๋ตี๋ฉายแววยินดี เสี่ยวหงกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “นายท่านยอดเยี่ยมที่สุด! ทำเช่นนี้ก็ได้ด้วย โอ้!”
อู๋ตี๋ยิ้มพลางกล่าว “แน่นอนอยู่แล้ว เจ้าดูก่อนสิว่านางคือนายท่านของใคร”
มู่เฉียนซีสกัดกั้นสัตว์พิษระลอกแรกเอาไว้ได้ แต่จากนั้นไม่นานนัก สัตว์พิษระลอกที่สองก็แห่เข้ามาอีกครั้ง และสัตว์พิษกลุ่มนี้ก็พุ่งเข้ามาเหมือนว่าจะไม่เกรงกลัวความตายแต่อย่างใดเลย
เมื่อสัตว์พิษเหล่านั้นรวมตัวเข้ามาหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ มู่เฉียนซีก็ไม่อาจควบคุมเอาไว้ได้ นางจึงจำต้องใช้พลังจิตในการหลอมยาไปจัดการกับสัตว์พิษเหล่านี้ และผลสุดท้าย…
— ตูม! —
เม็ดยาที่กำลังจะเป็นรูปเป็นร่างก็ได้ระเบิดขึ้นอีกครั้ง
ช่างน่าเสียดายนัก!
“แค่ก ๆ ๆ!” ควันดำนั้นทำให้นางสำลักออกมา และแล้วการหลอมยาก็ล้มเหลวลงอีกครั้ง
มู่เฉียนซีเกรี้ยวกราด นางกล่าว “เสี่ยวหง อู๋ตี๋! ทำลายพวกมันให้สิ้นซาก”
เสี่ยวหงกับอู๋ตี๋ยังไม่ทันได้ลงมือ เหล่าบรรดาสัตว์พิษก็ได้ถอยหนีออกไปเสียก่อนแล