้ว หากพวกมันอยู่ต่อมีหวังชะตาของพวกมันก็คงต้องขาด ร่างของพวกมันจะต้องสาบสูญไปจากโลกนี้แน่นอน
มู่เฉียนซีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สมุนไพรที่นางมีอยู่ตอนนี้มีเหลือเพียงชุดสุดท้าย หากครั้งนี้ล้มเหลว นางก็คงจะลำบากแล้ว
ครั้งที่ผ่าน ๆ มานางไม่สามารถควบคุมพลังจิตเอาไว้ได้ มันจึงเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น ครั้งนี้นางต้องตั้งมั่น ควบคุมพลังจิตเอาไว้ให้ได้
มู่เฉียนซีให้เวลาตนเองได้พักผ่อน จากนั้นก็รวบรวมพลังอย่างเต็มที่เพื่อจะหลอมยาหม้อสุดท้าย
สัตว์พิษเหล่านั้นออกมาอีกครั้ง เพียงแต่ภายใต้การโจมตีของพลังธาตุวารีที่บ้าคลั่ง ทำให้พวกมันไม่กล้าเข้ามาใกล้นาง
สัตว์พิษที่พุ่งเข้าไปหานางก่อนหน้านี้นั้น นางโจมตีมันอย่างไม่เกรงใจต่อสิ่งใด เพียงแต่…
ภายใต้แรงกดดันทั้งสองด้านในการหลอมยาและการต่อสู้นี้ นางที่เพิ่งจะทะลวงพลังวิญญาณเป็นปรมาจารย์ภูตระดับหนึ่งได้ไม่นาน ในที่สุดครั้งนี้นางก็ทะลวงพลังวิญญาณได้อีกขั้น
นางเป็นปรมาจารย์ภูตระดับสองแล้ว!
แม้กระทั่งเสี่ยวหงกับอู๋ตี๋ยังตะลึงลาน
“นายท่าน นายท่านทะลวงพลังวิญญาณได้เช่นนี้เลยหรือนี่ ?!”
เมื่อทะลวงพลังเป็นปรมาจารย์ระดับสองได้ พลังธาตุวารียิ่งแข็งแกร่งขึ้น
— ตูม! ตูม! ตูม! —
สัตว์พิษทั้งหมดเหล่านั้นถูกมู่เฉียนซีโจมตีด้วยพลังอันรุนแรงจนกระเด็นออกไป
และในขณะเดียวกันนั้น กลิ่นหอมของยาวิญญาณก็โชยออกมาจากหม้อเทพปาฮวางชิงมู่ เสี่ยวหงกับอู๋ตี๋ต่างพากันขยับจมูกสูดดมกลิ