สวนสมุนไพรวิญญาณของสำนักตานซินถูกปกป้องไว้โดยค่ายกลขนาดใหญ่ ตานซิงกล่าว “หากพวกเจ้าสามารถเข้าไปได้ เช่นนั้นสวนยาสมุนไพรทั้งหมดของสำนักตานซินของพวกเราจะยกให้พวกเจ้าไปเลย”
ตานคุนเริ่มโกรธกรุ่นขึ้นมา บังอาจมาเจ้าเล่ห์เล่นลิ้นกับสำนักตานจี้ “หึ! ในเมื่อพวกเจ้าแพ้แล้ว พวกเจ้าจะไม่เป็นคนนำทางหรือ ?”
“พวกเจ้าชักจะมากเกินไปแล้ว” ตานคุนกล่าวออกมาด้วยโทสะเปี่ยมล้น
สำหรับเรื่องค่ายกล พวกเขานั้นแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย สวนสมุนไพรนั่นหากไม่เข้าไปในวันนี้ ผ่านไปอีกไม่กี่วันก็ไม่แน่ว่ามันอาจจะถูกเคลื่อนย้ายไปจนหมดแล้ว
เขามองมู่เฉียนซีด้วยหวังว่านางจะมีวิธี
“พวกเจ้าเป็นคนกล่าวออกมาเอง”
มู่เฉียนซีย่างก้าวเข้าไปในค่ายกลนั้น ค่ายกลในสวนสมุนไพรของสำนักตานซินไม่ได้สร้างความลำบากหรือเป็นอุปสรรคแก่นางแม้แต่น้อย
เมื่อฝีเท้าของนางเริ่มเคลื่อนไหว นางจึงกล่าวขึ้น “ตานคุน ชิงอิ่ง ถ่วงเวลาพวกนั้นเอาไว้ ประเดี๋ยวข้าจะออกมา”
เจ้าสำนักตานซินตกตะลึง เจ้าหนุ่มนั่นสามารถทะลวงผ่านเข้าไปในค่ายกลนั้นได้เสมือนว่าง่าย
สวนสมุนไพรของสำนักตานซินมีสมุนไพรวิญญาณปลูกอยู่จำนวนไม่น้อยเลย โดยรวมแล้วมากกว่าของสำนักตานจี้
มู่เฉียนซีทำการเก็บเกี่ยวอย่างไม่เกรงใจ นี่เป็นรางวัลแห่งชัยชนะของนาง หากไม่เอาก็คงจะเสียที
ไม่นานนักมู่เฉียนซีก็ออกมา นางกล่าวกับเจ้าสำนักตานซินว่า… “ข้าจำได้ว่าผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในงานแลกเปลี่ยนระหว่างสำน