นเถอะ ท่านผู้อาวุโสใหญ่คงทนได้อีกไม่นานนัก”
พวกเขานำเอาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์บินได้ออกมา แล้วรีบพาพวกเขาไปจากสำนักตานซิน มู่เฉียนซีตะโกนบอกตานคุน “บอกหัวหน้าสำนักเย่าอู๋ หากพวกเขากล้าเบี้ยว ข้าไม่รังเกียจที่จะทำให้สำนักเย่าอู๋อยู่อย่างไม่เป็นสุขแน่ ไม่เว้นแม้กระทั่งหมูหมากาไก่ในสำนัก”
ตานคุนตอบกลับไป “เจ้าวางใจได้ เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ข้าจัดการได้ เจ้าไปจัดการธุระเถอะ”
ขุมกำลังกระจกจันทราอยู่ในหุบเขาที่เงียบสงบ ล้อมรอบด้วยทะเลสาบรูปทรงพระจันทร์เต็มดวง รอบทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างสีเงิน ช่างสวยงามราวกับแดนสวรรค์ก็มิปาน
ผู้อาวุโสหลายคนกล่าวพร้อมกัน “เชิญด้านใน ท่านประมาจารย์นักปรุงยาเวินเหริน”
ปรมาจารย์นักปรุงยาเวินเหรินย่างก้าวเข้าไปในขุมกำลังกระจกจันทรา เตรียมที่จะเข้าพบท่านผู้อาวุโสใหญ่แห่งขุมกำลังกระจกจันทรา
เวลานี้ท่านผู้อาวุโสใหญ่แห่งขุมกำลังกระจกจันทรานอนอยู่บนเตียง ปรมาจารย์นักปรุงยาเวินเหรินได้เข้าไปตรวจอาการร่างกาย พบว่าอาการของท่านผู้อาวุโสใหญ่ไม่สู้ดีนัก
“อาการบาดเจ็บที่ซ่อนเร้นอยู่นั้นได้กำเริบขึ้นมาโดยสมบูรณ์แล้ว เป็นขั้นที่ข้าไม่สามารถจะควบคุมได้”
ผู้นำขุมกำลังกระจกจันทรากล่าวขึ้น “ปรมาจารย์นักปรุงยาเวินเหริน ไม่มีหนทางแล้วจริง ๆ หรือ ?”
“หากเป็นระดับยอดปรมาจารย์นักปรุงยาละก็ คงพอมีทางรอดอยู่บ้าง”
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีเอ่ยปากขึ้น “ขอข้าดูอาการของท่านผู้อาวุโสใหญ่สักห