เจ้าสำนักตานซินและเจ้าสำนักเย่าอู๋ลำบากใจยิ่งนัก พวกเขานำของมีค่าทั้งหมดของสำนักออกมาก็เกรงว่าจะไม่อาจเทียบได้แม้แต่เศษเสี้ยวของสิ่งที่สำนักตานจี้เสนอมาเมื่อครู่
แต่หากพวกเขานำเอาของมีค่าออกมามากเกินไป หากอีกฝ่ายได้ไปก็เท่ากับเสียโอกาสดี ๆ ไปโอกาสหนึ่งเลยทีเดียว
อัจฉริยะผู้นั้นของสำนักตานจี้จะเก่งกาจสักแค่ไหนกัน ? อย่างน้อยดูแล้วเจ้าหนุ่มนั่นก็คงเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบเจ็ดปี
อัจฉริยะของสำนักตานซินของพวกเขาอายุมากกว่าเจ้าหนุ่มมู่ซีนั่นกว่าสิบปี ประสบการณ์ในการหลอมยาถือได้ว่ามีมากกว่าไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ เช่นนี้พวกเขาจะพ่ายแพ้ได้อย่างไรกัน ?
โอกาสดี ๆ เช่นนี้จะพลาดไม่ได้เป็นอันขาด เจ้าสำนักตานซินกัดฟันกล่าว “สำนักตานซินของข้าไม่มีสมบัติล้ำค่าใด ดังนั้นข้าจึงขอเอาสวนสมุนไพรวิญญาณทั้งหมดของสำนักตานซินมาวางเดิมพัน”
ตานคุนได้ยินวาจาตานซิงพลันคิดในใจ ‘ตาเฒ่าตานซิงผู้นี้กล้าไม่เบา สวนสมุนไพรวิญญาณเป็นหัวใจหลักของสำนักปรุงยา หากพ่ายแพ้พนันในครานี้ มีหวังสวนสมุนไพรทั้งสำนักต้องสูญเสียให้ผู้อื่นเป็นแน่แท้ หลังจากนั้นเกรงว่าร้อยปีพันปีก็อย่าหวังว่าพวกเขาสำนักตานซินจะได้ฟื้นตัว’
ในเมื่อตานซิงตัดสินใจเช่นนี้แล้ว แน่นอนว่าเย่าเก๋อไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว เขากล่าวขึ้นบ้าง “สำนักเย่าอู๋ของข้าก็วางพนันด้วยสวนสมุนไพรวิญญาณทั้งหมดของสำนักเช่นกัน ข้าพนันว่าสำนักตานจี้ของเจ้าไม่มีวันชนะคว้