าอันดับหนึ่งไปครองอย่างแน่นอน”
ตาเฒ่าผู้นี้ถือเป็นอีกหนึ่งสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่กล้ารับประกันว่าสำนักเย่าอู๋จะชนะสำนักตานซิน ดังนั้นเขาจึงกล้าพนันว่าสำนักตานจี้จะพ่ายแพ้ไปอย่างยับเยิน
ดวงตาตานซิงเปล่งประกายแสงแห่งความพึงพอใจ “ข้าเองก็พนันว่าเฉียนซีจะไม่มีวันชนะเป็นอันดับหนึ่งแน่นอน!”
ทั้งสองสำนักมุ่งเป้าไปที่สำนักตานจี้สำนักเดียว ตานคุนอดไม่ได้ เขาบันดาลโทสะอย่างแรงกล้า กล่าวขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า… “พวกเจ้าสองสำนักไม่ไร้ยางอายไปหน่อยรึ ?”
ตานซิงยิ้ม กล่าวอย่างไร้ยางอายสมดังที่ตานคุนต่อว่า “ตานคุน ข้าคิดว่าเจ้ามั่นใจในศิษย์ของเจ้ามาก ดังนั้นเจ้าอย่าใส่ใจเรื่องพวกนี้จะเป็นการดีกว่า”
มู่เฉียนซีได้ยินวาจาทั้งหมดของทั้งสามหัวหน้าสำนัก นางพยักหน้าพลางกล่าว “อืม… พนันว่าข้าไม่ได้อันดับที่หนึ่งก็ดี ง่ายดี เวลานี้ข้ามั่นใจอย่างมาก เจ้าสำนักวางใจเถอะ”
‘เจ้าหนุ่มเฉียนซีหยิ่งผยองอวดดีถึงเพียงนี้ ระวังไว้เถอะ!’ หลายคนลอบวิจารณ์กันอยู่ในใจลึก ๆ
อวดดี ดูถูกคู่ต่อสู้ หากถึงเวลาพ่ายแพ้อย่างอนาถขึ้นมา อย่าร้องไห้ขี้มูกโป่งก็แล้วกัน!
เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบเจ็ดปี มั่นใจคิดว่าตนมีพรสวรรค์ในการหลอมยา คิดว่าใต้หล้านี้ไม่มีผู้ใดเหมาะจะเป็นคู่ต่อสู้เจ้าได้แล้วหรืออย่างไร ?!
รู้เอาไว้เสียด้วยว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า!
เจ้าสำนักตานซิน “การวางพนันนี้ขอให้ท่านนักปรุงยาเวินเหรินเป็นพยานด้วย ปร