ตลอดสิบปีที่ผ่านมานี้ สำนักของเจ้าบ่มเพาะศิษย์ให้เป็นอัจฉริยะเช่นนี้ได้เลยเชียวรึ ? การเดิมพันในครั้งนี้สำนักตานซินของเรายอมรับความพ่ายแพ้”
“นี่เป็นจดหมายเชื้อเชิญการแลกเปลี่ยนทั้งสามสำนัก ขอให้ไปตามเวลาที่กำหนดด้วย ในการแลกเปลี่ยนคราต่อไป สำนักตานจี้อย่าหวังว่าจะได้รับชัยชนะอย่างง่ายดายเหมือนดั่งครานี้ อัจฉริยะของสำนักตานซินข้ายังมีอีกมาก”
ตานคุนรับจดหมายเชิญมาพลางกล่าว “ข้าก็หวังว่าจะได้เห็นฝีมือหนุ่มสาวผู้เป็นอัจฉริยะของทั้งสองสำนัก”
ขณะนี้นั้น ร่างสีเขียวร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้ามู่เฉียนซี ดวงตำที่ดำสนิทนั้นจ้องมองมาที่นาง “เฉียน…”
“เฉียน… เฉียน…”
มู่เฉียนซีตกใจอย่างมาก ชิงอิ่งสามารถเรียกชื่อนางได้แล้ว ต่อให้เรียกออกมาได้เพียงคำเดียวก็ตาม
มู่เฉียนซีหยิบยาระดับห้าที่เพิ่งหลอมเมื่อครู่ออกมา “ชิงอิ่ง ยานี้ข้าให้เจ้ากิน ข้าให้เจ้ากินยาระดับต่ำมาตลอด ลำบากเจ้าแย่ ตอนนี้ข้าหลอมยาระดับห้าออกมาได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร เจ้ากินเสียเถอะ ประเดี๋ยวข้าจะเอาให้เจ้ากินอีก”
ชิงอิ่งยื่นมือมารับยาวิญญาณชิงและยัดเข้าปากกลืนลงคอไปทั้งหมดเจ็ดเม็ดไม่เหลือไว้แม้แต่เม็ดเดียว
ตานคุนกับผู้อาวุโสสามเห็นเช่นนี้ พลันพากันอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “นั่น… กินเข้าไปเช่นนี้ได้อย่างไร ยาระดับห้าเลยเชียว!”
ยาระดับห้า หากนำออกมาขายราคาก็สูงเสียดฟ้า โดยเฉพาะยาระดับห้าที่มีสรรพคุณดีเช่นนี้ แต่สุดท้าย บุรุษผู้สวมหน้ากา