่างไร ?’
แม้ว่าฝีมือการปรุงยาจะสู้พวกเจ้าไม่ได้ แต่ผู้นำตระกูลมู่ก็ทำให้เจ้าโกรธจนอยากตายได้
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “โดยปกติวาจาข้าเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว ตอนนี้พวกเจ้าเลือกให้จดหมายเชิญการประชุมแลกเปลี่ยนทั้งสามสำนักได้ แล้วก็รีบไสหัวออกไปจากสำนักตานจี้ซะ”
ผู้อาวุโสของสำนักตานซินกล่าวด้วยความโกรธ “เจ้าตั้งใจยั่วยุจะให้ข้าโกรธ คงจะกลัวประลองแพ้ข้าใช่หรือไม่ ? หากวันนี้ประลองกันไม่จบ ข้าไม่กลับเป็นแน่ จดหมายเชิญที่พวกเจ้ารอคอย พวกเจ้าก็จะไม่ได้มันไป”
ตานคุนกล่าวถาม “ในเมื่อจะประลอง แล้วจะประลองกันอย่างไรล่ะ ?”
ผู้อาวุโสสามแห่งสำนักตานซินมองกู่ชิว กล่าวว่า “ประลองหลอมยาระดับห้า ยาวิญญาณชิง”
ตานคุนผงะไปครู่หนึ่ง ยาวิญญาณระดับสี่ก็ว่ายุ่งยากแล้ว นี่เป็นยาวิญญาณระดับห้า จงใจแกล้งกันชัด ๆ
ดู ๆ ไปแล้วผู้อาวุโสสามผู้นี้มั่นใจในฝีมือการหลอมยาของกู่ชิวยิ่งนัก
มู่เฉียนซีกล่าว “ตกลง หลอมยาวิญญาณชิง ยาระดับห้า”
สำหรับการหลอมยาระดับห้านี้ เห็นได้ชัดว่ากู่ชิวมีความมั่นใจเป็นอย่างมาก เขาเอาเตาหลอมยาสีดำออกมาก่อนจะกล่าวว่า “เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ข้าไม่อยากเสียเวลาอยู่ในที่สกปรก ๆ เช่นนี้นานนัก”
เป็นเพียงแค่เด็กอายุสิบหกปีกระจอก ๆ ผู้หนึ่ง ต่อให้หลอมยาเป็นมาตั้งแต่อยู่ในท้องมารดา ก็ไม่มีวันหลอมยาระดับห้าได้
มู่เฉียนซี “ข้าก็ไม่อยากเสียเวลากับเจ้ามากนักเช่นกัน”
หม้อเทพปาฮวางชิงมู่ถูกเอาออกมาปรากฏต่อหน้าของ