่ด้วย
มู่อวู่ซวงหัวเราะก่อนจะกล่าว “เอาล่ะ ฟังที่ซีเอ๋อร์ว่าแล้วกัน”
“ผู้นำตระกูล ทางสำนักตานจี้ขอความช่วยเหลือมาอย่างเร่งด่วน” มู่อีกล่าวแจ้ง
การสนทนาระหว่างอาและหลานสาวถูกตัดตอน ผู้นำตระกูลมู่กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “ด่วนมาก สำนักตานจี้โดนฆ่าล้างสำนักหรืออย่างไร ?”
“มิใช่ขอรับ เพียงแต่ว่าสถานการณ์ค่อนข้างเร่งรีบ”
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านอา เช่นนั้นข้าขอไปที่สำนักตานจี้ก่อน ท่านพักผ่อนดี ๆ นะเจ้าคะ”
“อืม ซีเอ๋อร์ระวังตัวด้วย”
มู่เฉียนซีพาชิงอิ่งไปยังสำนักตานจี้
“ผู้นำตระกูลมู่ ในที่สุดเจ้าก็มาถึงแล้ว” หัวหน้าสำนักตานจี้—ตานคุน มองมู่เฉียนซีประหนึ่งผู้กอบกู้โลก พลันรีบเข้ามาทำการต้อนรับ มู่เฉียนซีขมวดคิ้วก่อนจะกล่าวว่า “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?”
หัวหน้าสํานักตานจี้ “เรื่องเป็นเช่นนี้ ทางตะวันตกของทวีปเซี่ยโจว มีสำนักปรุงยาทั้งหมดสามสำนักคือ สำนักตานจี้ สำนักตานซิน และสำนักเย่าอู๋ สำนักปรุงยาทั้งสามแห่งของพวกเรามีการประชุมแลกเปลี่ยนทุก ๆ สิบปี ปีนี้เป็นปีที่ได้เวลาประชุมแลกเปลี่ยนพอดี เพราะสำนักตานจี้ของเรานั้นอยู่ในตำแหน่งรั้งท้ายมานานปี จึงถูกสองสำนักใหญ่ดูแคลน ในครานี้สำนักตานซินทำมากเกินทนแล้ว พวกนั้นส่งคนมาบอกว่าหากนักปรุงยารุ่นใหม่ของสำนักตานจี้ไม่สู้นักปรุงยารุ่นใหม่ของสำนักตานซินแล้วละก็ จะเพิกถอนสิทธิ์ของสำนักเราในทันที”
มู่เฉียนซีขมวดคิ้ว กล่าวถามขึ้น “จะแข่งพวกเจ้าก็ไปแข่งกันเอ