งสิ ให้ข้ามาทำไมกัน ?”
สีหน้าของตานคุนนั้นฉายแววอับอาย เขากล่าว “ในครั้งนี้ถึงแม้ว่าสำนักตานซินจะไม่ได้ส่งผู้ที่เก่งกาจที่สุดของพวกเขามา ทว่าได้ส่งนักปรุงยาระดับกลางมา คนรุ่นใหม่ในสำนักตานจี้ที่มีอายุต่ำกว่าสามสิบปีนั้น ก็ล้วนมีแต่ผู้ที่โดนบังคับเรียนจนเป็นนักปรุงยาระดับล่างเพียงเท่านั้น ไม่มีนักปรุงยาระดับกลางเลยสักคน จึงได้…”
พวกเขาน่าจะแพ้อย่างแน่นอน แล้วยังจะโดนฝ่ายตรงข้ามตบหน้าถึงบ้านอีก แม้แต่คุณสมบัติในการเข้าร่วมการแลกเปลี่ยนการปรุงยาก็ไม่มี พวกเขาสำนักตานจี้นั้นจะต้องอับอายจนถึงหน้าบ้านเลยทีเดียวเชียว
“เช่นนั้น… ข้าจึงอยากขอให้ท่านผู้นำตระกูลมู่ส่งหมอปีศาจออกโรง อย่างน้อยก็อย่าได้ให้เจ้าเด็กน้อยจากสำนักตานซินมาทำตัวหยิ่งทะนงในที่ของเราเลย!”
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าเองก็น่าจะรู้ หมอปีศาจนั้นเก่งในด้านการทำยาฉีด มิได้ถนัดในด้านการหลอมยาเม็ด เขามาก็เปล่าประโยชน์”
“อา… หากเป็นอย่างนั้น พวกเราจะทำเช่นไรดี ? พวกเราสำนักตานจี้คงต้องทำให้ผู้นำตระกูลมู่ขายหน้าเสียแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “อืม… ข้าสามารถลองดูได้”
สำนักตานจี้ในตอนนี้ขึ้นตรงกับตระกูลมู่ของพวกเขา ยามที่สำนักตานจี้ถูกผู้อื่นรังแกทำให้กลายเป็นผู้อ่อนแอ แน่นอนว่าย่อมไม่มีอะไรดีกับตระกูลมู่เลย
แต่ถ้าหากว่าพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ มันจะมีผลประโชน์อย่างมาก
ตานคุนตะลึงอึ้งงัน “ผู้นำตระกูลมู่ ท่านกล่าวว่า… ท่านจะลองดูรึ ?”
“ข