้าเองก็เป็นนักปรุงยา หรือเจ้าคิดว่าข้าไม่เหมือนนักปรุงยา ? หากข้าไม่ได้เป็นนักปรุงยา แล้วข้าจะทำพันธสัญญากับหม้อเทพปาฮวางชิงมู่ได้อย่างไร ?”
ดวงตาของตานคุนเปล่งประกายขึ้นมา เขารีบกล่าวว่า “ใช่ แต่ว่าท่านผู้นำตระกูลมู่เป็นเพียงระดับจอมภูต…”
ระดับขั้นจอมภูตเป็นได้มากที่สุดคือนักปรุงยาระดับล่างผู้หนึ่งเท่านั้น พลังวิญญาณและพลังจิตที่มีไม่เพียงพอที่จะทำให้นางสามารถกลายเป็นนักปรุงยาระดับกลางได้ ท้ายที่สุดนางจะสู้พวกเขาคนอื่น ๆ ไม่ได้
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น ท่าทางฟึดฟัดเล็กน้อย “ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้า เช่นนั้นช่างเถอะ ข้าไปก่อน ชิงอิ่ง พวกเราไปกันเถอะ”
ชายผู้ที่ใส่หน้ากากเหมือนดั่งท่อนไม้ ได้หันหลังเตรียมพร้อมที่จะกลับไปกับนาง
ตานคุนเห็นท่าไม่ดี รีบกล่าวหยุดนางไว้ในทันใด “ประเดี๋ยว… ช้าก่อนท่านผู้นำตระกูลมู่ ในเมื่อมาแล้ว ท่านโปรดช่วยพวกเราสำนักตานจี้เถอะ”
มู่เฉียนซีเปลี่ยนไปสวมใส่อาภรณ์แบบบุรุษ นางสวมชุดคลุมยาวสีขาวของสำนักตานจี้เพื่อปลอมตัวเป็นลูกศิษย์ของสำนักชั่วคราว จะได้เข้าร่วมการประลองนักปรุงยารุ่นเล็กระหว่างสำนักตานจี้และสำนักตานซิน
ผู้อาวุโสทั้งสามของสำนักตานซินอดทนรอไม่ไหว รีบกล่าว “พวกเจ้าสำนักตานจี้เตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยัง ? หากว่ากลัวจะแพ้อนาถ ก็ยอมแพ้เสียบัดนี้เลยเถอะ พวกเราเองก็ขี้เกียจเปลืองแรงมาประลองฝีมือกับพวกเจ้า”
ผู้ที่มาจากสำนักตานซินทั้งหมดนั้นมีห้าถึงหกคน ทุกค