งขึ้นจากภูเขาแห่งนี้ ดูเหมือนว่าสำนักจินติ่งกำลังจะถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์
สีหน้าของมู่เฉียนซีพลันเปลี่ยนไปทันที “รีบหนีเร็วเข้า!”
— ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! —
พวกเขารีบถลาลงไปจากภูเขาอย่างรวดเร็ว
— เพี๊ยะ! —
เจ้าสำนักจินที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในตอนนี้ถูกโอวหยางหว่านตบหน้าอย่างแรง
โอวหยางหว่านกล่าวอย่างเย็นชา “เจ้าโง่! ไร้ประโยชน์นัก ข้าไม่ยอมตายไปกับเจ้าหรอก! ”
ท่ามกลางแผ่นดินที่กำลังจะถล่มลง ทันใดนั้นมีนกตัวใหญ่ปรากฏขึ้นบนอากาศ บุรุษที่อ่อนโยนและรูปงามตะโกนอยู่บนอากาศ “มู่เฉียนซี รีบขึ้นมา เร็วเข้า!”
ร่างสีม่วงกระโดดขึ้นไปบนอากาศในขณะเดียวกันกับที่พื้นดินกำลังถล่มลงไปลึกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด น่าหลานอวี้เอื้อมมือไปจับมู่เฉียนซีเอาไว้
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม “น่าหลาน เจ้ามาได้ทันเวลาพอดี”
น่าหลานอวี้ยิ้มตอบ “อืม โชคดีที่ข้ามาทัน นับว่าเจ้าโชคดีมาก” น่าหลานอวี้ขี่สัตว์วิญญาณบินได้มาช่วยพวกเขาไว้ เขาหย่อนเชือกลงไปด้านล่างและช่วยองครักษ์เงาตระกูลมู่กับคนของสำนักเฟินเทียนเอาไว้ได้ทั้งหมด
ค่ายกลทำลายล้างของสำนักจินติ่งยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่คนของสำนักจินติ่ง น่าหลานอวี้ไม่สนใจที่จะช่วยแม้แต่น้อย พวกเขาจำต้องยอมจำนนให้แก่ความตาย ทำได้เพียงตายไปพร้อมกันกับเจ้าสำนักของตน
“โอวหยางหว่านอยู่ที่ใดกัน ?” มู่เฉียนซีมองลงมาจากด้านบน นางมองดูสำนักจินติ่งที่กำลังพังทลาย รวมถึงมองหาโอวหยางหว่า