น
เจ้าสำนักจินติ่งถูกโอวหยางหว่านตบหน้าจนมึนงงไปชั่วขณะ เขากล่าวถามว่า “หว่านเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงตบหน้าข้า ? ข้าไม่ยอมให้พวกมันฆ่าเจ้า เราจะตายไปด้วยกัน”
“เจ้ามันหน้าโง่ ข้าไม่ยอมตายกับเจ้าแน่ ข้ามีวิธีของข้า!” ทันใดนั้นเงาสีดำก็พุ่งลงมาทันที มันคือนกอินทรีย์ขนาดใหญ่
บนนกอินทรีย์ใหญ่ตัวนั้นมีบุรุษชุดดำผู้หนึ่งสวมหน้ากากอำพรางใบหน้าของตัวเองไว้ นกอินทรีย์ตัวนั้นพุ่งลงมา บุรุษผู้นั้นก็ดึงร่างโอวหยางหว่านขึ้นไปทันที
“หว่านเอ๋อร์! หว่านเอ๋อร์อย่าทิ้งข้านะ…” เจ้าสำนักจินติ่งพยายามจะจับโอวหยางหว่านเอาไว้ ทว่าก็คว้านางเอาไว้ไม่ทัน
“อาจารย์! อาจารย์ช่วยศิษย์ด้วย” มู่หรูเหยียนในเวลานี้ยืนอยู่บนพื้นดินที่กำลังจะจมลงไป หากตกลงในใต้ธรณีที่ดูเหมือนจะสูบกลืนทุกชีวิตอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนี้ มีหวังไม่เหลือแม้แต่ซากศพ
“มู่หรูเหยียนยังมีประโยชน์ เอาตัวนางไปด้วย!” โอวหยางหว่าน จากนั้นนกอินทรีย์พุ่งลงมาอีกครั้งเพื่อจะดึงร่างมู่หรูเหยียนไป
ทว่าในขณะเดียวกันนั้น เข็มยานับไม่ถ้วนพุ่งมา มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้าทั้งสองคนอย่าได้คิดหนีอีกเลย”
เปลวไฟสีแดงเข้มพุ่งออกไป เสี่ยวหงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
“เพลิงเผาสวรรค์! ”
— ตูม! ตูม! ตูม! —
เมื่อเปลวไฟสีแดงเข้มพุ่งออกไป นกอินทรีย์ก็รีบหลบทันที ในขณะเดียวกันนั้นเอง เงาร่างดุร้ายพุ่งพรวดเข้าหามู่หรูเหยียน
เมื่อมู่หรูเหยียนเห็นเช่นนี้ สีหน้านางพลันแ