่จะหาหนูทดลองมาลองยา แต่เมื่อเขาออกไปนั้น กลับคิดไม่ถึงว่าจะเจอกับมู่หรูอวิ๋นที่ลอบตามมาเมื่อครู่นี้เข้า
“อ๊ะ!” เมื่อถูกเจ้าสำนักจับได้ นางก็ส่งเสียงร้องออมาทันที
— ขวับ —
“เจ้านั่นเอง” เจ้าสำนักจินจับตัวนาง โยนเข้าไปในห้องลับ
ใบหน้าของมู่หรูอวิ๋นซีดเผือด นางมองไปที่สตรีผู้ที่มีใบหน้าน่าเกลียดน่ากลัวนั้น นางยังคงจำได้ว่าเป็นมู่หรูเหยียน
“ท่านพี่ พี่หรูเหยียน…”
ใบหน้าของมู่หรูเหยียนยังคงเต็มไปด้วยแมลงกู่สีดำดุร้าย แต่นางกลับมองมู่หรูอวิ๋นด้วยสายตาอ่อนโยนอย่างผิดปกติ “น้องหรูอวิ๋น ไม่ได้เจอกันเสียนานเลย”
นางยื่นมือไปจับใบหน้าของมู่หรูอวิ๋น มู่หรูอวิ๋นรับรู้ได้ถึงแมลงกู่ที่วิ่งผ่านใบหน้าของนางไปชั่วขณะหนึ่ง นางเสียววาบขึ้นมาอย่างประหลาด
ร่างของมู่หรูอวิ๋นสั่นสะท้านอย่างต่อเนื่อง
มู่หรูเหยียนกล่าว “น้องหรูอวิ๋น เจ้ากลัวอะไรไปรึ ? ข้า พี่หรูเหยียนของเจ้าอย่างไรล่ะ”
“เจ้าคงไม่รังเกียจหน้าตาพี่หรูเหยียนที่อัปลักษณ์เช่นนี้หรอกใช่หรือไม่ ?!” ดวงตาของมู่หรูเหยียนเผยความเศร้ารันทดออกมา
“คงไม่เป็นเช่นนั้นหรอก เพราะไม่นานหน้าตาของเจ้าก็จะยิ่งอัปลักษณ์ไปกว่าพี่หรูเหยียนของเจ้าอีก!” สิ้นวาจา เล็บอันแหลมคมของมู่หรูเหยียนข่วนใบหน้ามู่หรูอวิ๋นจนเลือดซึมซิบออกมา
มู่หรูอวิ๋นรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย พลังของนางแผ่ออกมาจากร่าง นางผลักมู่หรูเหยียนออกพลางส่งเสียงกรีดร้องลั่น “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยข้า เจ้า