องของข้าได้ถึงเพียงนี้เชียวรึ ?”
ทันใดนั้น ร่างสีม่วงเดินออกมาจากฝูงชน สายตาของมู่เฉียนซีจับจ้องไปที่มู่หรูเหยียนและโอวหยางหว่านที่อยู่ด้านหลังเจ้าสำนักจินติ่ง
“พวกเจ้าลอบซ่อนตัวอยู่ที่นี่กันเองรึ ?” มู่เฉียนซีกล่าวถามเสียงเนือย ๆ ทว่าจ้องมองทั้งสองด้วยสายตาอาบยาพิษ
โอวหยางหว่านมองมู่เฉียนซีด้วยแววตาเศร้าสร้อย น้ำตารื้นขึ้นคลอเต็มเบ้า “ซีเอ๋อร์ ป้าหว่านรักและเอ็นดูเจ้ามาก เหตุใดเจ้าถึงได้บีบบังคับกันถึงเพียงนี้ เจ้าจะไม่ให้ป้าหว่านคนนี้มีชีวิตรอดได้เลยรึ ?”
มู่หรูเหยียนกัดฟันแน่น กล่าวว่า “ซีเอ๋อร์… อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็เคยเป็นพี่น้องกัน ในวันนี้ตัวข้าไร้ความสามารถ ไร้พลัง อีกทั้งยังบาดเจ็บเจียนตาย เหตุใดถึงไม่ยอมปล่อยให้ข้ามีชีวิตรอด หากข้าทำอะไรผิดต่อเจ้า ข้ายอมคุกเข่าขอโทษเจ้า!”
สภาพอาจารย์และศิษย์ทั้งสองในตอนนี้ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก
สตรีผู้หนึ่งคลานออกมาจากห้องลับนั้น กล่าวว่า “ผู้นำตระกูล… ผู้นำตระกูลมู่… เจ้าต้องฆ่าพวกมัน พวกมันเป็นปีศาจ ปีศาจเล่นพิษ!”
ฝูงผีเสื้อดำเหล่านั้นรุมล้อมร่างของมู่หรูอวิ๋น มู่เฉียนซีเห็นเช่นนี้แล้ว สายตานางเปล่งประกายแสงวาบขึ้นเล็กน้อย
โอวหยางหว่านรอบคอบและระมัดระวังยิ่งนัก ได้ยารักษามาแล้วแต่กลับชะล่าใจไม่กลืนกินทันที อีกทั้งยังหาคนมาทดลองกินยาก่อนอีก
มู่เฉียนซีไม่ลังเลอีกต่อไป “ลงมือ! อย่าให้พวกมันหนีรอดไปได้”
เจ้าสำนักจินติ่ง “หว่านเอ๋อร์ พวกเจ