องสำนักอีชิง ทำให้กากเดนที่เหลืออยู่ของพวกเขาควรถูกกําจัดให้สิ้นซากเสีย สํานักอวิ๋นเยียนจัดการได้ไม่สะอาดนัก ทำให้เจ้าต้องมาจัดการเรื่องยุ่งเหยิงเช่นนี้” น่าหลานอวี้กล่าว
เมื่อพูดถึงสํานักอวิ๋นเยียน มู่เฉียนซีกรุ่นโกรธขึ้นมาทันที
“เจ้าอย่าพูดถึงสํานักอวิ๋นเยียนเลย หากไม่ใช่เพราะพวกมันมาสร้างปัญหาและทำให้เสียเรื่อง ข้าคงส่งหญิงสองคนนั้นไปบนถนนหวงฉวนแล้ว และคงไม่จําเป็นต้องมาลำบากตามหาใคร” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด
น่าหลานอวี้ “ดูท่าการกระทําในครั้งนี้ของสํานักอวิ๋นเยียนจะมีช่องโหว่อยู่”
มู่เฉียนซี “พวกเขาคงไม่ได้อยู่ที่แคว้นเชียนเซี่ยและกำลังคุยโม้เกี่ยวกับความสําเร็จอันยิ่งใหญ่ของคุณหนูสามของพวกเขาหรอกกระมัง”
น่าหลานอวี้ยิ้ม กล่าวว่า “มู่เฉียนซีเจ้าอยู่ทางเมืองตะวันตกเล็ก ๆ นี้ แต่ยังได้รับข่าวสารไวอย่างมาก ได้ยินมาว่าสํานักอวิ๋นเยียนสูญเสียยอดฝีมือระดับจักรพรรดิไปหลายสิบคนเพื่อทําลายกากเดนที่หลงเหลือของนิกายไป๋กู่ในครั้งนี้ คุณหนูสามของพวกเขารอดชีวิตมาได้ มันสามารถเขียนเป็นบทละครในหนังสือได้เลยนะข้าว่า”
มู่ฉียนซีขมวดคิ้ว นางกล่าวทั้งที่ใบหน้ายังหม่นคล้ำ “ดูเหมือนว่าข้าจะรู้จักระดับความหน้าหนาของสํานักอวิ๋นเยียนของพวกเขาน้อยไปเสียแล้ว”
น่าหลานนอวี้กล่าวถาม ใบหน้าแววตาทอประกายความฉงนสงสัย “แล้วเรื่องจริงเป็นอย่างไรกันแน่รึ ?”
มู่เฉียนซีเล่าสถานการณ์อันหดหู่ก่อนหน้านี้ให้เขาฟ