้งสามของสำนักจินติ่งกล่าวอย่างจนปัญญา “ท่านเจ้าสำนัก เราฟังคำของท่านผู้นำตระกูลมู่เถอะ มิเช่นนั้นแล้ว…”
เจ้าสำนักจินติ่งจำใจต้องยอมรับชะตากรรม หากเขาลงมือทำอะไรไปในเวลานี้ มีหวังสำนักจินติ่งจะต้องโดนทำลายล้างจนเละเป็นแน่ อีกอย่าง ในตอนนี้ชีวิตบุตรชายเขาก็อยู่ในกำมือของนาง ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จำใจต้องยอมประนีประนอม
เจ้าสำนักจินติ่งกล่าว “ท่านผู้นำตระกูลมู่ ข้ายอมรับข้อตกลงก็ได้ ไม่ว่าเจ้าจะเห็นของมีค่าใดที่ถูกใจ เจ้าก็ย่อมเอาไปได้ เช่นนี้เจ้าคงจะพอใจแล้วใช่หรือไม่ ?”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แน่นอน! เจ้าสำนักจินติ่งเป็นผู้ที่พูดง่ายที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมา ลงมือได้!”
เมื่อมู่เฉียนซีสั่ง เหล่าบรรดาองครักษ์เงาของนางก็ลงมือเก็บกวาดของมีค่าไปในทันที
สำนักนิกายที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงเช่นนี้ถูกบุคคลภายนอกมาค้นข้าวของถึงสำนัก ข้าวของทุกซอกทุกมุมถูกรื้อค้นทั้งหมด แต่ถึงอย่างไรแล้ว นี่ก็เป็นคำสั่งของเจ้าสำนักจินติ่ง ต่อให้คนของสำนักจินติ่งโกรธแค้นสักเพียงใดก็ไม่สามารถเปล่งเสียงแย้งอะไรออกไปได้
เจ้าสำนักจินติ่งใจคอไม่ดีอยู่ตลอดเวลา แต่มู่เฉียนซีกลับทำตัวสบาย ๆ นางจ้องมองเขาตลอดเวลาจนทำให้เขารู้สึกหวาดผวาอย่างที่สุด
น่าหลานอวี้กระซิบข้างหูของมู่เฉียนซีว่า “มู่เฉียนซี เจ้าต้องการหาอะไรจากสำนักจินติ่งกันแน่ หรือสำนักจินติ่งกำลังซ่อนอะไรอยู่รึ ?”
มู่เฉียนซี “ข้าก็ไม่แน่ใจ ข้าเพียงแค่รู้สึกสงสัยเ