ท่านั้น แต่หากจำเป็นต้องฆ่าก็ต้องฆ่าให้หมด จะปล่อยไว้ไม่ได้แม้แต่คนเดียว”
องครักษ์เงาพยายามหาอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุมทว่าก็ยังไม่เจออะไร
มู่เฉียนซียิ้ม กล่าวว่า “ค่อย ๆ หาเถอะ สิ่งที่พวกเรามีนั่นก็คือเวลา”
ค้นหามาตลอดทั้งวัน ทั้งศิษย์ทั้งเจ้าสำนักต่างก็ยังคงรู้สึกร้อนรนใจอยู่ พวกเขาซ่อนสมบัติของพวกเขาเอาไว้อย่างดีเพื่อไม่ให้ผู้นำตระกูลมู่นางนี้เจอ หากนางเจอนางต้องเอาไปอย่างแน่นอน เวลานี้น่าอึดอัดใจนัก แม้แต่ที่จะยืนร้องไห้พวกเขาก็ไม่มี
เจ้าสำนักจินติ่งกล่าวสั่งคนของเขา “ดึกมากแล้ว ไปเตรียมที่พักให้ท่านผู้นำตระกูลมู่ได้พักผ่อน”
“ขอรับ”
เจ้าสำนักจินติ่งให้คนไปจัดเรือนที่เงียบและสงบให้มู่เฉียนซีพักผ่อน เหล่าบรรดาองครักษ์เงาต่างก็พากันมารายงานว่ายังคงไม่พบสิ่งใด
มู่เฉียนซีบ่นพึมพำ “หรือว่าข้าจะคิดไปเอง”
— ขวับ! ขวับ! —
ทันใดนั้นภายในพุ่มหญ้าข้าง ๆ มีร่างสตรีชุดสีชมพูลุกยืนขึ้น นางจ้องมองมู่เฉียนซีด้วยสายตาอาฆาตพยาบาท
“มู่เฉียนซี ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ทว่าก่อนที่มู่เฉียนซีจะเคลื่อนไหวนั้น มีร่างสีขาวพุ่งตรงเข้าหานางอย่างรวดเร็ว
— ปัง! —
ร่างของสตรีผู้นั้นกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง
เมื่อมู่เฉียนซีเห็นร่าง นางก็กกล่าวขึ้นว่า “มู่หรูอวิ๋น เหตุใดเจ้าถึงไม่เก็บตัวอยู่ในสำนักจินติ่งอย่างเชื่อฟังเล่า ? ออกมาลอบทำร้ายข้าเช่นนี้ เจ้าไม่คิดเสียดายชีวิตแล้วรึ ?”
มู่หรูอวิ๋นมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำคู่นั้น พ