ทุกอย่าง”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “มู่หรูอวิ๋น ช่วงนี้เจ้าได้เจอกับมู่หรูเหยียนพี่สาวเจ้าบ้างหรือไม่ ?”
“พี่หรูเหยียน พี่หรูเหยียนไม่ใช่…” มู่หรูอวิ๋นกล่าวอย่างสับสน
มู่เฉียนซีกล่าวต่ออีกว่า “ตั้งแต่เด็กจนโต มู่หรูเหยียนเก่งและดีไปกว่าเจ้าในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไรเจ้าก็เป็นคนรับหน้ามาเสมอ แต่นางกลับได้รับประโยชน์มากกว่าเจ้าหลายต่อหลายอย่าง นางได้เป็นถึงกุ้ยเฟย แต่นางไม่เคยนึกถึงเจ้าผู้ที่คอยรับกรรมอยู่ที่สำนักจินติ่งแม้แต่น้อย ไม่หมดเพียงเท่านั้น นางยังได้เป็นถึงมือขวาคนสนิทขององค์จักรพรรดินี แต่ก็มิได้นึกถึงเจ้าผู้ที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ไม่เคยนึกที่จะช่วยเจ้าออกไปจากที่นี่ เช่นนี้แล้วเจ้ายังคิดจะช่วยมู่หรูเหยียนอยู่อีกรึ ?”
มู่เฉียนซีกำลังสงสัยว่าสำนักจินติ่งแอบซ่อนตัวมู่หรูเหยียนกับโอวหยางหว่านไว้
ในแคว้นจื่อเยี่ยไม่มีผู้ใดที่แอบซ่อนผู้บาดเจ็บสาหัสทั้งสองเอาไว้ให้รอดไปจากสายตาของตระกูลมู่ได้ ส่วนสำนักเฟินเทียนแห่งแคว้นชิง ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้
เช่นนี้แล้วก็เหลือเพียงแค่ราชวงศ์กับสำนักจินติ่ง อีกอย่างสำนักจินติ่งก็เพิ่งจะไปประมูลยารักษาระดับสูงที่โรงประมูลใต้ดินมามากล้นเหลือคณานับเช่นนั้น นั่นยิ่งตอกย้ำความสงสัยของมู่เฉียนซีนัก
มู่หรูอวิ๋นส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ ข้าไม่ได้เจอกับพี่หรูเหยียนเลย”
เวลานี้เมื่อมู่หรูอวิ๋นได้ยินคำพูดของมู่เฉียนซี นางรู้สึกราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ
สามปีก่อน มู่