่อนจะกล่าวว่า “วันนี้ต้องขอบคุณคุณชายทั้งสองคนที่ทำให้ข้าได้กําไรมากมายนัก กิ่งไม้นี้ ให้ข้าเพียงหยกวิญญาณหนึ่งชิ้น ข้าก็ขายแล้ว”
มู่เฉียนซีรีบกล่าวอย่างพึงพอใจ “ตกลง หยกวิญญาณหนึ่งชิ้นเป็นของเจ้า”
คุณชายชุดเหลืองกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวทันที “เป็นเพราะพวกเจ้าแท้ ๆ เจ้าพวกคนจนโสโครก จงใจหลอกข้าแต่กลับซื้อไม้แห้งเหี่ยวเพียงอันเดียวด้วยหยกวิญญาณเพียงหนึ่งชิ้น หึ! จงระลึกไว้เสมอเถอะว่าข้าจะไม่มีวันปล่อยพวกเจ้าไป”
ขณะที่คุณชายชุดเหลืองกล่าววาจาอันโหดร้ายออกมาและกําลังจะจากไป มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ช้าก่อน!”
คุณชายชุดเหลืองหันมากล่าวอย่างดุร้าย “อะไรอีกเล่า ? หรือว่าพวกเจ้าอยากจะถูกข้าจัดการในตอนนี้เลยรึ ? หากไม่ใช่เพราะสถานที่นี้ไม่สามารถลงมือได้ เจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะสามารถอยู่ได้โดยไม่เป็นไรดังเช่นตอนนี้หรือ ?”
มู่เฉียนซี “เหอะ… ดูจากท่าทางของเจ้าแล้ว เจ้าคงจะร่ำรวยมาก ข้าประสงค์พนันกับเจ้า ขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะกล้าหรือไม่ ?”
คุณชายชุดเหลืองหรือนายน้อยหวงอีกล่าว “พนันรึ ? เจ้าจะเดิมพันอย่างไรล่ะ ?”
มู่เฉียนซีหยิบไม้ที่ดูแห้งเหี่ยวนั้นขึ้นมาก่อนจะกล่าวว่า “ไม้ที่เหี่ยวเฉาของข้าและหยกแก้วผลึกสีม่วงของเจ้า อันใดมีค่ากว่ากัน ?”
“ฮ่า!” หวงอีหัวเราะเสียงดัง ประหนึ่งว่าสตรีตรงหน้าได้กล่าวถามคำถามโง่งมที่สุดออกมา “เจ้าพูดว่าอะไรนะ ? เจ้าเอาไม้เน่า ๆ นั่นไปเปรียบเทียบกับสิ่งมีค่าเช่นหยกแก้วผลึกสีม่ว