น่าหลานอวี้กล่าว “ข้ามีตำราการฝึกสัตว์วิญญาณอยู่เล่มหนึ่งพอดี แต่เจ้าแน่ใจรึว่าเจ้าจะเอาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้มาแลกกับอะไรที่ไม่มีผลเช่นนี้ ?”
การฝึกสัตว์วิญญาณนั้นใช่จะฝึกกันได้ง่าย ๆ นอกจากจะมีวิชาแล้ว ยังต้องมีพรสวรรค์ประกอบด้วย กอปรกับต่อให้มีสองสิ่งดังกล่าว หากไม่มีปรมาจารย์คอยชี้แนะก็มิอาจฝึกได้
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างไม่แยแส “ในเมื่อเจ้ามี เช่นนั้นก็เอามาแลกเถอะ”
น่าหลานอวี้ถึงกับขมวดคิ้ว “หืม ? เจ้าแน่ใจรึว่าจะไม่หลอกลวงข้าเหมือนที่หลอกคนเหล่านั้น ?”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย “น่าหลานอวี้ เจ้าเป็นถึงนายน้อยแห่งบ้านประมูลอันดับหนึ่งแต่เจ้าไม่มีความเชื่อมั่นในการทำการค้าแม้แต่น้อย เจ้ารีบหาเส้นบะหมี่มาผูกคอตัวเองตายเสียเถอะ”
น่าหลานอวี้ “หากแลกเปลี่ยนสินค้ากับคนอื่นข้าไม่มีปัญหา แต่กับคนอย่างเจ้านั้น…” เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่นางหลอกลวงคนพวกนั้นแต่ละกลุ่มแล้ว น่าหลานอวี้รู้สึกว่าตนเองควรระวังตัวสักหน่อยก็จะดี
“ตกลงเจ้าจะแลกหรือไม่ ?” มู่เฉียนซีกล่าวถามเชิงกดดัน
“แลก ข้าแลก!” น่าหลานอวี้รีบตกลง เขาจะพลาดโอกาสดี ๆ คุ้มค่าเช่นนี้ได้อย่างไร ?
น่าหลานอวี้เอาตำราเก่า ๆ เล่มสีเหลืองออกมาพลางกล่าว “มันคือเล่มนี้ แต่หากเจ้าสนใจจริง ๆ ก็ไปบ้านประมูลอับดับหนึ่งกับข้า ที่บ้านประมูลอันดับหนึ่งมีปรมาจารย์ฝึกสัตว์วิญญาณอยู่ท่านหนึ่ง ข้าจะแนะนำให้เจ้าได้รู้จัก”
มู่เฉียนซีกล่าว “ตอนนี้ข