เจ้าเสเพลขยะไร้ประโยชน์เช่นนี้ให้เป็นผู้นำ ไม่เห็นแก่หน้าข้าแม้แต่น้อย!”
“ข้าทำอะไรผิดรึ ? ข้าไปทำอะไรให้ไม่พ่อใจรึ ? เหตุใดถึงได้ทำกับข้าเยี่ยงนี้ ?” ใบหน้าของไป๋จื้อหลินเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาทั้งตัดพ้อทั้งโกรธเคืองแค้นปะปนกัน
ไป๋มู่เฟิง “ท่านอารอง เรากลับไปคุยกับท่านปู่ที่จวนจะดีกว่าหรือไม่ ? หากท่านอารองอยากจะเป็นผู้สืบทอด ข้าจะไม่ขวางทางท่าน”
ไป๋จื้อหลิน “เหอะ! ตาเฒ่านั่นคงจะไม่ยอมเป็นแน่ ข้าว่าทางที่ดีข้าฆ่าพวกเจ้าสองพ่อลูกไปทั้งสองคนเลยจะเร็วกว่า เช่นนี้ตาเฒ่านั่นก็ไม่มีตัวเลือกอื่นแล้วนอกจากข้าผู้นี้ผู้เดียวเท่านั้น!!!”
ไป๋มู่เฟิงเบิกตากวางด้วยความตกใจอีกครั้ง “ท่านอารอง ท่านเป็นท่านอาของข้า ท่าน…”
ไป๋จื้อหลินกล่าวแทรก “แล้วอย่างไร ? เพื่อความยิ่งใหญ่ข้าทำได้ทุกอย่าง! มู่เฟิง ข้าจะส่งพ่อของเจ้าไปแดนนรกเสียเดี๋ยวนี้ จากนั้นค่อยส่งเจ้าตามไป ฮ่า ๆ ๆ!”
ไป๋จื้อหลินยกมือเพื่อที่จะโจมตีไป๋จื้อเฉิงที่กำลังตกใจ
— ฟิ้ว! —
ทว่าทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังแหวกอากาศ
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
เข็มยานับไม่ถ้วนพุ่งตรงไปยังทิศทางของไป๋จื้อหลิน ทว่าไป๋จื้อหลินนั้นมีพลังระดับราชาแห่งภูต เขาหลบหลีกการโจมตีนี้ได้
“ใคร ? ใครกันที่กล้ามาขวางข้า ?!” ไป๋จื้อหลินตะคอกด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว
ทันใดนั้นร่างสีม่วงปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าเอง!”
ไป๋จื้อหลินตะคอกกลับในทันใด “ผู้น