น่าหลานอวี้ที่ยืนมองอยู่ในมุมมืด เมื่อเห็นฉากนี้เข้าถึงกับตกตะลึง สตรีผู้นี้ร้ายกาจยิ่งนัก เขารู้อยู่แล้วว่านางไม่มีทางออกนอกเมืองอย่างไร้เหตุผลและปล่อยให้ตนต้องตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่ ที่แท้นางก็ล่อเหยื่อให้มาติดเบ็ดเช่นนี้นี่เอง
น้ำเสียงของมู่เฉียนซีแปรเปลี่ยนกลายเป็นเย็นชา “ว่าอย่างไร ท่านจะยอมเอาออกมาหรือไม่ ?”
ชายผู้ดูดุร้ายในเวลานี้แทบร่ำไห้ เขากล่าวถาม “เหตุใดเจ้าถึงไม่ไปเป็นโจรให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยเล่า ?”
มู่เฉียนซี “การเป็นโจรมันไม่มีอนาคต ตอนนี้อาชีพที่ข้าทำมีอนาคตกว่าโจรมาก ข้าว่าทางที่ดี ท่านเอาของมีค่าออกมาให้ข้าดี ๆ เสียเถอะ”
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ก็คว้าเอามาไม่ได้ อีกทั้งทรัพย์สินเงินทองที่นำติดตัวมายังถูกปล้นไปหมดตัว ช่างเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมร้ายเสียจริง
มู่เฉียนซีเหลือบมองเหล่าคนใต้บัญชาของบุรุษรุ่นลุงใบหน้าดำ นางกล่าวอย่างเย็นชา “พวกเจ้ารีบไสหัวไปให้เร็วเลย! อีกครึ่งค่อนวันพิษจะคลายลง อย่าอยู่ให้เสียเวลาข้า ข้าจะออกล่าเหยื่อรายต่อไป”
ได้ยินช่นนี้แล้วมุมปากของพวกเขากระตุกขึ้นทันที นางได้ไปเยอะเช่นนี้แล้วยังคิดจะปล้นคนอื่นอีกหรืออย่างไร ?!
คนที่โลภต่อสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในแคว้นชิงไม่ได้มีเพียงคนสองคนอย่างแน่นอน มีหรือมู่เฉียนซีจะยอมเสียโอกาสหอมหวานเช่นนี้ไป
“หากสตรีเยาว์วัยผู้นั้นเข้าไปในป่านี้แล้ว จับตัวนางมาให้ข้าให้ได้ อย่าให้นางพาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์หนีไปได้เป็นอันขาด”
“ขอรับ