ซวนหยวนจือโกรธจนกระอักเลือด
“เจ้ามันก็เป็นโอรสเลวอีกคนงั้นรึ ?! คนเช่นเจ้าก็เห็นสตรีผู้นี้ดีกว่าบิดาของตัวเอง!”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นแค่นเสียงเย็นชา “ซวนหยวนจือ ในตอนที่ท่านแม่ของข้าถูกฮองเฮาทำร้ายจนสิ้นพระชนม์ ท่านก็ไม่เคยเหลียวมอง แม้แต่ไปดูใจก็ไม่มี มาตอนนี้ท่านมีสิทธ์อะไรมาว่าข้าหรือ ?”
ซวนหยวนจือจ้องมองมู่เฉียนซีอย่างโหดเหี้ยม
“เหอะ! ตระกูลมู่ของพวกเจ้าก่อเรื่องเอาไว้มากมายนัก มู่เฟิงอวิ๋นท่านพ่อของเจ้าทำให้ฮองเฮาของข้าหลงรักคะนึงหาอยู่ตลอดเวลาหลายปี และนี่ เจ้ายังทำให้โอรสชายของข้าทั้งสองปกป้องเจ้าได้ถึงเพียงนี้ เพื่อเจ้าพวกเขาถึงกับยอมวางตัวเป็นศัตรูกับข้า”
มู่เฉียนซีกล่าวติดตลก “นั่นมันไม่ใช่ว่าพวกเราเป็นคนก่อเรื่อง แต่ซวนหยวนจือ สาเหตุเป็นเพราะนิสัยแย่ ๆ ของท่านเองต่างหาก”
ซวนหยวนจือใบหน้านิ่วคิ้วขมวดมุ่น กล่าวอย่างเย็นชา “มู่เฉียนซี มาถึงขั้นนี้แล้วเจ้าก็ยังปากเก่งดื้อดึงกล้าต่อปากต่อคำ วันนี้ต่อให้มีโอรสเนรคุณสองคนคอยปกป้องเจ้าข้าก็ไม่สนใจ ใครขวางข้า ข้าจะฆ่าให้หมด!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา “ซวนหยวนจือ ต่อให้วันนี้ข้าไม่ลงมือกับท่าน ท่านก็มิอาจฆ่าข้าได้ ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดท่านถึงทะลวงพลังระดับจักรพรรดิได้ง่าย ๆ เช่นนี้ ?”
ซวนหยวนจือผงะไปครู่หนึ่ง “เหตุผลที่ข้าทะลวงพลังระดับจักรพรรดิได้ก็เป็นเพราะว่าข้าได้ยาจักรพรรดิหวงหลัวตานมาอย่างไรเล่า ต่อให้เงินที่ใช้เป็นเงินของตระ