ญญาณระดับเจ็ดจะปรากฏขึ้นในแคว้นจื่อเยี่ยได้รึ ? ข้าจะยอมให้ท่านยืมเงินทองไปประมูลยารึ ? ทั้งยังสัญญาหมั้นหมายอะไรนั่นอีก”
ซวนหยวนจือกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มู่เฉียนซี เจ้า… เจ้ามันเล่นสกปรก เจ้ามันน่ากลัวยิ่งนัก เจ้ามัน…”
มู่เฉียนซีหยิบกระดิ่งออกมา กล่าวอย่างเชื่องช้า “หากท่านไม่ละโมบโลภมากต่อตระกูลมู่ ตระกูลมู่กับราชวงศ์ซวนหยวนก็อาจจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้ แต่นี่จิตใจของท่านมันละโมบยิ่งนัก แน่นอนอยู่แล้วว่าตระกูลมู่ไม่ปล่อยเอาไว้ให้เป็นอันตราย”
— ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! —
มู่เฉียนซีสั่นกระดิ่ง ฉับพลันทันใดพิษที่อยู่ในร่างของซวนหยวนจือระเบิดออกมาทันที
ต่อมามู่เฉียนซีนางก็จะสะกดจิตซวนหยวนจือ จากนี้ไปเขาจะไม่มีความคิดต่อต้านใด ๆ อีก และเขาจะอยู่ภายใต้การควบคุมของนางอย่างสมบูรณ์
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “ชิงอวิ๋น เจ้าอยากขึ้นเป็นฮ่องเต้หรือไม่ ? หากเจ้าปรารถนา ข้าก็จะให้ซวนหยวนจือสละบัลลังก์ให้เจ้า”
ซวนหยวนชิงอวิ๋นส่ายหน้า กล่าวว่า “ไม่ดีกว่า ข้าไม่ชอบพัวพันกับบัลลังก์อันแสนน่าเบื่อ”
มู่เฉียนซีคิดไปคิดมา ที่ชิงอวิ๋นว่าก็จริงแท้อยู่ ซวนหยวนชิงอวิ๋นได้เป็นถึงทายาทจักรพรรดิแห่งสงครามขวางอวิ๋น ต่อไปเส้นทางการฝึกฝนของเขายังมีอีกยาวไกล เขาไม่จำเป็นต้องหวังในตำแหน่งฮ่องเต้นี้เลย
มู่เฉียนซีหันไปมองใบหน้าซวนหยวนหลี่เทียน บุรุษผู้นี้ไม่มีความน่าเชื่อใจอะไรเลย ดังนั้นใช้ซวนหยวนจือจะดีกว่า
มู่เฉียนซ